นปป. ชุมนุมหนุน นศ. ชู 3 นิ้วไล่ “บิ๊กตู่” ลาออก ยุบสภา หยุดคุกคาม

85

แนวร่วมประชาชนอีสานฯ เปิดศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ขอนแก่น ปักหลักชุมนุมไล่รัฐบาลท่ามกลางฝนตกอย่างหนัก พร้อมหนุนการเคลื่อนไหวนิสิต นักศึกษา เรียกร้อง “บิ๊กตู่” ลาออก ยุบสภา และหยุดคุกคามประชาชน หลังพบแกนนำถูกหมายจับ และหมายเรียกกว่า 30 คนแล้ว

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 24 ส.ค.63 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ถ.ศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น สถานที่กลุ่มผู้ชุมนุมจากแนวร่วมประชาชนอีสาน เพื่อประชาธิปไตย หรือ นปป. ได้กำหนดจัดการชุมนุมขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมชุมนุมกว่า 500 คน ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขเฝ้าสังเกตการณ์การชุมนุม ตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสถานการณ์โควิด-19 อย่างเข้มงวด

โดยในการชุมนุมนั้น กลุ่มแกนนำได้หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เน้นไปที่การโจมตีการทำงานของรัฐบาล และปัญหาภาคประชาชนที่ไม่ได้รับการแก้ไข และการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ชู 3 นิ้วเรียกร้อง 3 ข้อหลัก ประกอบด้วยการหยุดคุกคามประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยุบสภา โดยในการปราศรัยนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจสอบและบันทึกการปราศรัย เพื่อดำเนินการตรวจสอบการปราศรัยว่าผิดกฎหมาย หรือไม่

โดยในระหว่างการปราศรัยนั้น ฝนตกลงมาอย่างหนักกว่า 1 ชม. แต่แกนนำยังคงขึ้นปราศรัยท่ามกลางสายฝน ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนหลบฝนตามพุ่มไม้ แต่มีบางส่วนใช้ร่มกันฝน และปักหลักชุมนุมอย่างต่อเนื่องท่ามกลางการปราศรัยอย่างเข้มข้น

แกนนำ นปป. กล่าวว่า แนวร่วมประชาชนอีสานเพื่อประชาธิปไตย พวกเรามาจากเครือข่ายที่ได้รับผลกระทบจากนโยบาย หรือว่าโครงการของรัฐ มารวมตัวกัน เพื่อที่จะเรียกร้องและสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษา ในเรื่องของการให้ยุบสภา เรียกร้องให้มีการหยุดคุกคามประชาชน และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้หลังจากมีการเคลื่อนไหวของลูกๆ นิสิตนักศึกษาประมาณ 30 คน โดนดำเนินคดี มีทั้งหมายเรียกและหมายจับในขณะนี้ เราเลยคิดว่าน่าจะมีข้อเรียกร้องให้มีการยุติการคุกคามนักเรียกร้องประชาธิปไตย

“ข้อเรียกร้องของ นปป. หรือแนวร่วมประชาชนอีสานเพื่อประชาธิปไตย คือ การเรียกร้องของนิสิตนักศึกษา 3 ข้อข้อที่ 1 คือ ยุบสภา ข้อที่ 2 ขอให้ยุติการคุกคามนักเรียกร้องประชาธิปไตย ข้อที่ 3 คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภายหลังที่มีการเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษา มีการถูกคุกคามของกฎหมาย ซึ่งเราคิดว่ามันไม่สมควรที่จะมีคนมาถูกดำเนินคดี หรือถูกคุกคามข่มขู่ด้วยกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ทุกกลุ่มที่มาในวันนี้ต่างได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐตั้งแต่ยุค คสช. ที่เข้ามาบริหารประเทศปี 2557 ตั้งแต่นโยบายทวงคืนผืนป่า นโยบายเหมืองแร่ ตรงนี้จะสอดรับกับการเรียกร้องของนักศึกษาที่ผ่านมาทุกกลุ่ม โดยเฉพาะนโยบายทวงคืนผืนป่า ทำให้พี่น้องเราถูกยึดที่ดินทำกิน ในขณะที่ประชาชนไม่มีที่ดินทำกิน แต่ที่ดินในเขตทหารกลับมีมากมาย โดยที่ไม่มีการตรวจสอบได้”.

ข่าว-ไทยรัฐ