ร่างทรงชี้จุด ชายตกน้ำหายไปนาน 4 วัน ยังไม่พบ บอกหนาวมาก ร่างถูกรั้งเอาไว้

84

ผู้นำชุมชนที่ จ.ลำปาง กว่า 50 คน เดินเท้าเร่งค้นหาผู้สูญหายเหตุตกน้ำที่ฝายน้ำล้นแม่ตุ๋ย รายสุดท้ายตามสองฝั่ง แต่ยังไม่พบจุด ด้านร่างทรงบอกญาติว่าร่างจมอยู่ใต้น้ำ ตอนนี้หนาวมาก ร่างถูกรั้งเอาไว้

จากกรณีที่ช่วงเที่ยง วันที่ 22 ส.ค.63 มีเหตุคนตกน้ำที่บริเวณฝายน้ำล้นแม่ตุ๋ย หมู่ที่ 7 ต.บ้านเป้า อ.เมือง จ.ลำปาง จำนวน 2 ราย คือ นายประจวบ เทพปินตา อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 และนายอนันต์ แก้วมณีวรรณ อายุ 56 ปี ผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้าน หมู่ที่ 11 จากการสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุชาวบ้านสองหมู่บ้านจำนวนหลายคน คือหมู่ที่ 11 และหมู่ที่ 7 มาช่วยกันนำเอากอผักตบชวาออกจากหน้าฝายเพื่อให้น้ำระบายได้ง่าย ไม่ไปท่วมแหล่งน้ำดิบที่ผลิตประปาและหมู่บ้านซึ่งอยู่เหนือน้ำ

ระหว่างที่ไปเอากอผักตบชวาออกจากท้ายฝาย ผู้สูญหายได้ขึ้นไปอยู่บนกอผักตบชวาซึ่งอัดแน่นอยู่บริเวณดังกล่าวจนสามารถเข้าไปยืนได้ ก่อนที่จะช่วยกันใช้ไม้เขี่ยและดันออกไป จนกระทั่งเหลือกอสุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อกอผักตบชวาเกิดแตกกอทำให้ตกลงไปในน้ำจมหายไป 2 ราย

ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์พยายามช่วยกันโยนกิ่งไม้และเชือกให้เกาะ แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทั้งคู่ จึงจมหายไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งที่ผ่านมาชุดประดาน้ำสมาคมกู้ภัยลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งค้นหา กระทั่งเช้าเมื่อวานนี้มีคนพบศพ นายประจวบ เทพปินตา อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทุ่งม่านพัฒนาลอยขึ้นมาติดกับกอผักตบชวา ห่างจากท้ายฝายประมาณสิบกว่าเมตร แต่ยังคงมีผู้สูญหายที่ยังหาไม่พบอีก 1 ราย คือ นายอนันต์ แก้วมณีวรรณ อายุ 56 ปี ผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้านหมู่ที่ 11 ซึ่งขณะนี้ จนท.ยังคงเร่งค้นหาอยู่ยังไม่พบ

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ส.ค.63 นายนฤทธิ์ สิงห์ชัย กำนันตำบลบ้านเป้า อ.เมือง จ.ลำปาง ได้นำผู้นำชุมชนจากหลายหมู่บ้านกว่า 50 คน ร่วมกันเดินเท้าริมสองฝั่งลำน้ำแม่ตุ๋ย เพื่อค้นหาผู้สูญหาย พร้อมเปิดเผยว่า เช้านี้ได้กระจายกำลังเดินเท้าสองฝั่งริมน้ำฝั่งละ 25 คน จากฝายน้ำล้นบ้านเป้าซึ่งอยู่ท้ายฝาย จุดเกิดเหตุเป็นระยะทางกว่า 2 กม. เบื้องต้นยังไม่พบร่างของผู้สูญหาย จึงนำกำลังกลับมาเพื่อรอคำสั่งจากปลัดจังหวัดลำปางว่าจะสั่งการให้ระบายน้ำในฝายให้แห้งหรือไม่ เพื่อจะทำให้การค้นหาง่ายขึ้น

ขณะที่ วานนี้มีร่างทรงซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านทุ่งม่านพัฒนา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ม้าขี่ เจ้าพ่อขุนพระวาง ซึ่งมีศาลตั้งอยู่ในหมู่บ้าน และเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้าน ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุที่ริมฝายดังกล่าวเพื่อประกอบพิธีเรียกผู้ที่ยังสูญหายในลำน้ำตุ๋ย โดยได้จุดธูปและมีการอันเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเพื่อขอให้ปลดปล่อยร่างของผู้สูญหายออกมา ก่อนที่จะมีการปักธูปและตบผิวน้ำ พร้อมทั้งตะโกนเรียกชื่อคนที่ยังสูญหายอย่างดัง เพื่อเรียกให้ขึ้นมาหลังทำพิธี ชายอายุประมาณ 60 ปี ซึ่งเป็นม้าขี่ของเจ้าพ่อขุนพระวาง ก็เกิดอาการเซ คล้ายจะเป็นลม แต่ชาวบ้านเชื่อว่าเจ้าพ่อกำลังประทับร่างจึงพยุงขึ้นมาบนตลิ่ง ก่อนที่จะให้นั่ง และพูดคุยกัน เพื่อจะได้เป็นสื่อกลางวิญญาณผู้ที่ยังสูญหายได้บอกกล่าวผ่านร่างทรง

สักพักชายคนดังกล่าวก็ร้องไห้ออกมา และบอกว่า หลังตกลงไปก็เจอน้ำวน และตอนนนี้จมอยู่ที่ใต้น้ำ ติดกับกิ่งไม้ด้านใต้น้ำทำให้ร่างขึ้นมาไม่ได้ เพราะกิ่งไม้ทับ เมื่อชาวบ้านก็ถามว่าร่างอยู่ตรงจุดไหน ร่างทรงก็ชี้ไปทางบริเวณหน้าฝายน้ำล้น ซึ่งเป็นจุดที่พลัดตกลงไป จากนั้นก็มีการทำพิธีกรรม ด้วยการอ่านบทสวดมนต์มหาวิบากกรรม เพื่อขอให้เจ้าที่เจ้าทางปลดปล่อยร่างของผู้สูญหายออกมา ก่อนที่จะเอาน้ำขมิ้นส้มป่อยให้กับชายร่างทรงได้ลูบใบหน้า สักพักชายคนดังกล่าวก็ลืมตาขึ้นมา และแสดงอาการด้วยความมึนงง และถามว่า เกิดอะไรขึ้น ญาติจึงต้องการให้ค้นหานักประดาน้ำตรวจสอบที่จุดดังกล่าว โดยปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายวันนี้เข้าเป็นวันที่ 4 แล้ว.

ข่าว-ไทยรัฐ