ชะตากรรม “อเล็กเซ นาวาลนี” ผู้นำฝ่ายค้านรัสเซีย และบรรดาฝ่ายตรงข้ามปูติน

86

เปิดเบื้องหลัง “อเล็กเซ นาวาลนี” ผู้นำฝ่ายค้านรัสเซีย โดนวางยาล้มป่วย อาการยังโคม่า รักษาตัวอยู่เยอรมนี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนคุกคามชีวิต รวมไปถึงคนอื่นๆ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่างจากรัฐบาลปูติน

เป็นข่าวใหญ่กรณี นายอเล็กเซ อนาโตเลวิช นาวาลนี ผู้นำพรรคก้าวหน้า (Progress Party) พรรคการเมืองฝ่ายค้านของรัสเซีย และผู้ก่อตั้งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันที่ชอบออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้เกิดล้มป่วยกะทันหัน มีอาการชัก ส่งเสียงร้องลั่น ระหว่างที่เขากำลังโดยสารเครื่องบินจากเมืองทอมสก์ ในแถบไซบีเรีย กลับไปยังกรุงมอสโก เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างนั้นผู้โดยสารและลูกเรือเห็นว่านายนาวาลนีมีอาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว จนกัปตันต้องนำเครื่องบินลงจอดฉุกเฉินที่เมืองออมสก์ เพื่อนำตัวนายนาวาลนีส่งโรงพยาบาลคลินิกฉุกเฉินหมายเลข 1 

โฆษกหญิงของนายนาวาลนี บอกว่า ผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้รับประทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า ดื่มเพียงชาแก้วเดียวจากร้านกาแฟที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่องบิน และเบื้องต้นแพทย์ระบุว่า เขาล้มป่วยจากโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก (metabolic disorder) เกิดจากภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่ต่อมาทางโรงพยาบาลระบุว่า อาการของเขาเหมือนโดนวางยาในกลุ่มยาต้านอาการทางจิต (Antipsychotics) เนื่องจากตรวจพบสารเคมีจากตัวยา “2-เอธิลเฮซิลไดพีนีล ฟอสเฟต” (2-ethylhexyl diphenyl phosphate) ตกค้างในร่างกาย

สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ ของรัสเซีย รายงานว่า เจ้าของร้านกาแฟที่สนามบินกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อช่วยหาหลักฐานว่าเขาถูกวางยาในแก้วชาจริงหรือไม่ ล่าสุดนายนาวาลนีถูกส่งตัวไปรักษาที่เยอรมนี ตามความต้องการของนางยูเลีย ภริยา 

ชนวนเหตุ “นาวาลนี” ถูกรัฐบาลหมายหัว 

ยูบอฟ โซโบล คนสนิทของนาวาลนีเปิดเผยว่า ทริปเยือนไซบีเรียครั้งนี้นายนาวาลนีได้เข้าสืบสวนเรื่องราวการคอร์รัปชันของประธานาธิบดีปูติน มีการไปหาข้อมูล พบปะผู้คน และเขาดูจริงจังกับเรื่องนี้มาก แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดออกมา ด้านสื่อท้องถิ่นของรัสเซียรายงานว่า เพียงไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุ เขาเพิ่งโพสต์คลิปวิดีโอลงใน YouTube ช่องส่วนตัว กล่าวสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงชาวเบลารุสที่ออกมาเดินขบวนคัดค้านผลการเลือกตั้ง และขับไล่ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก และยังบอกว่า การปฏิวัติแบบเพื่อนบ้านเบลารุสจะเกิดขึ้นที่รัสเซียในไม่ช้า 

หากใครที่ติดตามสถานการณ์การเมืองในรัสเซียอย่างใกล้ชิด คงไม่แปลกใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับนายนาวาลนี และเชื่อว่าแรงจูงใจทางการเมืองเป็นเหตุให้เขาถูกกำจัด ถือว่าเป็นการโดนลงโทษที่ทำงานต่อต้านรัฐบาล เพราะที่ผ่านมามีหลายคนที่เคยถูกลงโทษ ถูกเล่นงานด้วยวิธีการวางยาพิษจนต้องสังเวยชีวิตและเกือบเอาชีวิตไม่รอดมาแล้ว และเป็นที่น่าสงสัยว่า แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่หลายคดียังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้ 

ตรวจสอบรัฐบาล โดนลงโทษด้วยการวางยา

ตั้งแต่ยุคอดีตสหภาพโซเวียตมาแล้ว สื่อมวลชน นักการเมืองฝ่ายค้าน เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล และนักสิทธิมนุษยชนในรัสเซียตกเป็นเป้าถูกทำร้ายหมายเอาชีวิต ส่วนใหญ่โดนลอบวางยาพิษ และคดีไม่เคยได้รับการคลี่คลาย อย่างกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับ “แอนนา โปลิตคอฟสกายา” นักข่าวและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนที่ถูกวางยาพิษบนเครื่องบินจากกรุงมอสโก ไปเมืองรอสตอฟ ออน ดอน เมื่อปี 2547 ช่วงที่เกิดเหตุจับตัวประกันที่โรงเรียนเมืองเลสลัน แม้รอดชีวิตมาได้ แต่ต่อมาเธอถูกขู่ฆ่าหลายครั้ง และถูกคนร้ายลอบยิงสังหารเสียชีวิตภายในลิฟต์ของอพาร์ตเมนต์ที่เธอพักอาศัย ต่อมามีการจับตัวผู้ต้องสงสัยเป็นมือยิง แต่คดีนี้ยังเป็นที่เคลือบแคลงใจของนานาชาติ 

ต่อมาในปี 2549 เกิดคดีการวางยาพิษด้วยสารกัมมันตรังสี “โพโลเนียม-210” สังหาร “อเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก” อดีตสายลับ KGB แปรพักตร์ ในกรุงลอนดอน หลังจากที่นายลิตวิเนนโก หันไปทำงานให้กับหน่วยข่าวกรองของอังกฤษ วิพากษ์วิจารณ์หน่วยข่าวกรอง FSB (อดีตคือ KGB) และประธานาธิบดีปูติน เป็นสาเหตุที่อาจทำให้เขาโดนปิดปากไปอย่างถาวร

นอกจากนี้ยังมีกรณีของ “เซอร์เกย์ สกรีปาล” อดีตสายลับสองหน้า และ “ยูเลีย สกรีปาล” ลูกสาวของเขาที่ถูกวางยาพิษด้วยสารออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทโนวีชอก (Novichok) ในน้ำชา ที่กรุงลอนดอน จนอาการโคม่า รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานกว่า 3 สัปดาห์ ผลการสืบสวนของรัฐบาลอังกฤษระบุตัวผู้ต้องสงสัยลงมือวางยา ว่าเป็นสองสายลับชาวรัสเซีย

นอกจากนี้ยังมีการใช้ยาพิษไดออกซิน พยายามลอบสังหารอดีตประธานาธิบดี “วิคเตอร์ ยูเชนโก” ของยูเครน และสารพิษปริศนาพยายามลอบสังหาร “วลาดิมีร์ คารา มูร์ซา” นักข่าวรัสเซียที่ทำหน้าที่ล็อบบี้ชาติตะวันตกให้ต่อต้านปฏิบัติการของรัฐบาลเครมลิน ตลอดจน “เปียตร์ แวร์ซิลอฟ” โฆษกของ “พุสซี ไรออต” วงดนตรีพังก์ต่อต้านรัฐบาลรัสเซีย ถูกส่งเข้าห้องไอซียูของโรงพยาบาลในกรุงมอสโกและมีอาการสาหัส ซึ่งบรรดาเพื่อนร่วมวงคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากถูกวางยา

กลยุทธ์ข่มขู่ให้กลัวไม่ได้เอาถึงตาย

ท่ามกลางการกล่าวหาว่ารัฐบาลปูตินอยู่เบื้องหลังการวางยาพิษนายนาวาลนี แต่ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลรัสเซียบอกว่า หากรัฐบาลอยู่เบื้องหลังจริง ทำไมถึงไม่ได้ทำให้เสียชีวิต โดยนางอิลยา ชูมาคอฟ นักเคลื่อนไหวต่อต้านคอร์รัปชันที่ได้พบกับนายนาวาลนี และกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายค้านในวันก่อนเกิดเหตุเล่าว่า นายนาวาลนีบอกว่า มีหลายคนถามเขาว่า เคยโดนลอบทำร้ายหลายครั้ง แต่ทำไมถึงยังไม่ตาย และเขาบอกว่า การตายของเขาไม่ส่งผลดีต่อประธานาธิบดีปูติน และยังอาจทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ขึ้นมา เลยเชื่อว่าที่ผ่านมาปูตินเพียงแค่ต้องการลงโทษเขาเท่านั้น 

ด้านนายดาราห์ก แม็คดอนเวลล์ นักวิเคราะห์การเมืองรัสเซีย ประจำบริษัทที่ปรึกษาเวริสก์ เมเปิลครอฟต์ กล่าวว่า เขามองเห็นรูปแบบการข่มขู่ที่เริ่มตั้งแต่เบาๆ อย่างจับขังคุก ทำร้ายร่างกาย ไปจนถึงเกือบเอาชีวิตไม่รอด อย่างการวางยา ก่อนที่จะลอบสังหาร แต่บอกว่าปัจจุบันวิธีการแบบนี้ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะพบว่า ยิ่งนับวันภาคประชาสังคมรัสเซียจะมีความเหนียวแน่นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ดูได้จากการประท้วงต่อต้านการจับกุมนักข่าวอิวาน กูลานอฟ เมื่อช่วงฤดูร้อนที่แล้ว และการประท้วงผลเลือกตั้งกรุงมอสโก ที่มีคนเข้าร่วมประท้วงมากขึ้น และประชาชนมีการประสานงานเคลื่อนไหวอย่างเหนียวแน่น.

ผู้เขียน : เมาคลีล่าข่าว

ที่มา: nytimes.com , aljazeera.com , bbc.co.uk

ข่าว-ไทยรัฐ