“โจ้” จ่องัดหลักฐานเด็ดเรือดำน้ำแฉกลางสภาฯ เล็งยื่น ป.ป.ช. เอาผิด 3 บิ๊ก

152

ข่าวการเมืองร้อน “โจ้ ยุทธพงศ์” ฟุ้ง จ่อเปิดหลักฐานเด็ดแฉวันซักฟอกในสภาฯ 9 ก.ย. ลั่น เรือดำน้ำลำแรกจมแน่ เตรียมยื่น ป.ป.ช. เอาผิด 3 บิ๊ก พร้อมปูดปม “ปรีดี” ลาออก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.ย. 2563 นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวยังที่ทำการพรรค กรณีกองทัพเรือ (ทร.) เข้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาททำให้กองทัพเรือเสียหาย ว่า เรื่องนี้ต้องแยกออกเป็น 2 ประเด็น ตนไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่น ทำลายชื่อเสียง หรือทำให้เสียเกียรติภูมิ กองทัพเรือที่เป็นเหล่าทัพหลัก ตนให้ความเคารพ แต่สิ่งที่ออกมาตรวจสอบในฐานะ ส.ส. และเป็นกรรมาธิการงบประมาณ 2564 คือการตรวจสอบบุคลากรบางคนที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ โดยเฉพาะ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. และ พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการ และโฆษก ทร. จึงขอให้แยกออกเป็น 2 ประเด็น

เรื่องนี้จำเป็นต้องตรวจสอบว่าเป็นการจัดซื้อแบบจีทูจีจริงหรือไม่ เพราะเห็นว่าสิ่งที่ ผบ.ทร. และรัฐบาลดำเนินการ ไม่เป็นไปตามแนวทางคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่เคยตัดสินกรณีการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม. โดยแนวทางคำพิพากษาคดีดังกล่าวระบุว่า การจัดซื้อแบบจีทูจีต้องเป็นไปตลอดเวลาที่ดำเนินการ คือเริ่มจากรัฐบาล ไม่ใช่เริ่มต้นจากรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน แต่ระหว่างทางเป็น ผบ.ทร. กับเฮียตี๋ที่ไหนไม่รู้มาเซ็นสัญญา ตนไม่กลัวว่าสิ่งที่พูดไปจะผิดกฎหมายเพราะมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ระบุไว้ชัด การชำระเงินต้องเกิดระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล ไม่ใช่บริษัทหรือองค์กร แนวคำพิพากษามีไว้ชัดใครเดินผิดไปจากนี้ถือว่าผิดกฎหมายหมด และตนมีเจตนาบริสุทธิ์ใจ รักษาผลประโยชน์ชาติ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของ ผบ.ทร. หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพราะการจัดซื้อเรือลำแรกเริ่มจากที่ พล.อ.ประวิตร ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อไปว่า ตนถามหาหนังสือมอบอำนาจจากรัฐบาล หรือ Full powers มา 5 รอบแล้ว ทร. ไม่เคยนำมาแสดง แต่กลับไปแจ้งความเอาผิดตนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ จึงต้องพิสูจน์ความจริง ปกป้องงบประมาณแผ่นดิน ตอนแรกคิดว่าเรื่องนี้จบไปแล้วเมื่อ ทร. ถอยเรื่องการซื้อเรือดำน้ำ ไม่คิดว่าจะไปแจ้งความดำเนินคดี เมื่อไม่เลิก ตนก็ไม่เลิก มาพิสูจน์กันว่าใครของจริง ใครของปลอม เพราะ ผบ.ทร. หาเรื่องตนก่อน ไม่ยอมเลิก ตนจึงขอให้มีการตรวจสอบ ดังนี้

1. เรียกร้องให้ ผบ.ทร. และ พล.อ.ประวิตร โชว์หนังสือมอบอำนาจจากรัฐบาล

2. วันที่ 9 ก.ย. ที่มีการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตาม มาตรา 152 ตนจะเอาหลักฐานเด็ดไปแฉเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำลำแรก ที่มีหลักฐานว่าบริษัทที่ขายไม่ใช่รัฐบาลจีน ทำให้ลำแรกจมแน่ และจะไม่ได้จ่ายเงินด้วย ที่สำคัญมีหลักฐานชัดว่า บริษัท China Shipbuilding & Offshore International (CSOC) จริงๆ แล้วไม่ใช่รัฐบาลจีน ถ้าเปิดหลักฐานรับรองว่ารัฐบาลตกเก้าอี้แน่

3. เมื่อเปิดหลักฐานในการอภิปรายดังกล่าวแล้ว จะเอาคืนโดยจะไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ผบ.ทร. และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิสูจน์ว่าการจัดซื้อดังกล่าวเป็นแบบจีทูจีหรือไม่

“ก่อนท่านเกษียณขอท้าให้ท่านออกทีวีเดี่ยวๆ กับผมสองคน มาพิสูจน์กันว่าที่ท่านไปเซ็นสัญญานั้นเป็นจีทูจีจริงหรือไม่ ผมพร้อมติดคุก เพราะออกมาต่อสู้เพื่อประโยชน์ประเทศและประชาชน แลกกันคนละหมัด”Ads by optAd360

นอกจากนี้ นายยุทธพงศ์ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ นายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า ตนแถลงไปแล้วว่าเคยยื่นเรื่องการต่อขยายสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกไปอีก 40 ปี ให้กับ นายปรีดี ก่อนหน้านี้ ถามว่าเกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังอย่างไรนั้น เนื่องจากเรื่องนี้จะมีการนำข้อยกเว้นที่ออกโดยมาตรา 44 มาใช้เพื่อไม่ให้เรื่องนี้ต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ซึ่ง นายปรีดี เคยดึงเรื่องนี้ออกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่มีบิ๊กใน ครม. บีบให้เดินหน้าเรื่องนี้เข้า ครม. ต่อ จึงเชื่อว่านี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ นายปรีดี ลาออก ไม่ใช่ความขัดแย้งกับการตั้งอธิบดีกรมสรรพสามิตตามที่เป็นข่าว.

ข่าว-ไทยรัฐ