ขนส่งชลบุรีสั่งปรับ 1 หมื่นบาท คนขับสองแถวเชิด 100 บาท เด็ก ม.3

158

ขนส่งชลบุรี สั่งปรับทันที 10,000 บาท เข้าอบรม 1 ชม.คนขับรถสองแถวสายสัตหีบ-นาเกลือ ไม่ทอนเงินนักเรียนม.3 จนหวิดเกิดโศกนาฏกรรม ด้านประธาน บ.สุขุมวิทเดินรถ จำกัด ที่ได้สัมปทานเดินรถแจงเกิดจากความเผอเรอ

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 15 กันยายน 2563 นายกนิษฐฐ์ เจียมรุจีกุล ขนส่งจังหวัดชลบุรี พร้อม นายกรณ์พิทักษ์ อาสน์สุวรรณ นักวิชาการ ขนส่งชำนาญการ ได้เชิญตัว นายจตุพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี คนขับรถสองแถว คิวรถสัตหีบ-นาเกลือ 1631 จ-110 และ นายสุทธิโรจน์ รัตติทวีวัฒน์ อายุ 60 ปี ประธานบริษัท สุขุมวิทเดินรถ จำกัด มาที่ขนส่งจังหวัดชลบุรี หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ ตามจับกุมได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดจากกรณีมีผู้ขับรถสองแถวรับจ้างประจำทางสายสัตหีบ-พัทยา ไม่ทอนเงินค่าโดยสารคืนให้เด็กนักเรียนชาย ม.3 จนเป็นเหตุให้จะกระโดดสะพานลอยข้ามถนน และวิ่งให้รถชน เหตุไม่มีเงินที่จะไว้ทานอาหารกลางวัน และเป็นค่ารถกลับบ้านในตอนเลิกเรียน ก่อนเพื่อนเข้าห้ามและช่วยไว้ทัน เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 14 กันยายน

นายจตุพล ให้การรับสารภาพเป็นคนขับรถในวันและเวลาดังกล่าว โดยอ้างคิดว่าเด็กคนดังกล่าวให้เงินมา 20 บาท เพราะมีเด็กนักเรียนลงมาจ่ายเงินเป็นจำนวนมาก จึงไม่ได้สังเกตว่าเป็นแบงก์อะไรบ้าง จึงออกรถไป เพราะค่าโดยสารจากพัทยามาสัตหีบ สำหรับค่าโดยสารเด็กนักเรียนมีค่าโดยสาร 20 บาทเท่านั้น

ต่อมาหลังสอบสวนเสร็จสิ้น ทางขนส่งจังหวัดชลบุรีได้ดำเนินการลงโทษเปรียบเทียบปรับนายจตุพล พนักงานขับรถ ตามมาตรา 159 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 เรียกเก็บค่าขนส่งผิดไปจากอัตราที่ทางราชการกำหนด (ปกติสายนี้จะเก็บค่าโดยสาร 14 บาทเท่านั้น นายจตุพลเก็บ 20 บาท ถือว่าเกินกว่าราคาที่กำหนด) ในอัตราสูงสุดเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท โดยได้อบรมและบันทึกประวัติการกระทำความผิด กำชับมิให้กระทำผิดซ้ำเกิดขึ้นอีก

นายสุทธิโรจน์ รัตติทวีวัฒน์ อายุ 60 ปี ประธานบริษัท สุขุมวิทเดินรถ จำกัด ได้เปิดเผยว่า หลังจากนี้ก็จะได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริษัทว่าจะมีมติว่าอย่างไร ซึ่งทางบริษัทนั้นได้มีการอบรมคนขับรถทุกคนอยู่ตลอดเวลา และมีกรรมการคอยติดตามว่าคนไหน ใครมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม หรืออาจทำให้เสียหายต่อบริษัท เราก็จะดำเนินการ ส่วนนายจตุพลนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคาดว่าเกิดจากความเผอเรอ และเข้าใจผิดว่าให้เก็บเงินคนละ 20 บาท ที่จริงเก็บคนละ 14 บาทเท่านั้น.

ข่าว-ไทยรัฐ