ชี้อีก 2 ปีหลายธุรกิจจะวิกฤติหนัก ทั้ง “ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร อสังหาริมทรัพย์”

112

นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยกรุงไทย คอมพาส ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีหน้าธุรกิจไทยเผชิญความท้าทายแม้สถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้น โดยคาดว่ายอดขายที่หดตัวมากถึง 9.0% ในปี 2563 จะยังต่ำกว่าระดับปกติในปี 2564 เป็นปัจจัยกดดันความสามารถในการชำระหนี้ หลังมาตรการพักชำระหนี้เป็นการทั่วไปสิ้นสุดลง ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลงบการเงินในระดับรายบริษัทกว่า 200,000 ราย

พบว่า อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio : ICR) ซึ่งสะท้อนว่ากิจการมีกำไรจากการดำเนินงานเพียงพอที่จะจ่ายภาระดอกเบี้ยมากน้อยแค่ไหน ในภาพรวมจะลดลงจาก 3.62 เท่า ในปี 2562 มาอยู่ที่ 3.11 เท่า ในปี 2563 และจะใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี ถึงจะกลับไปสู่ระดับเดิม นอกจากนั้น กิจการที่มีกำไรจากการดำเนินงานไม่เพียงพอจ่ายดอกเบี้ย หรือมี ICR ต่ำกว่า 1 เท่า จะมีสัดส่วนมากถึง 28-30% ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า

“สถานการณ์เศรษฐกิจซบเซาที่มีแนวโน้มลากยาว อาจส่งผลให้กิจการซมไข้ยาวนาน หรือกิจการที่มี ICR ต่ำกว่า 1 เท่า ติดต่อกันเป็นเวลา 3 รอบปีบัญชี มีจำนวนเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เคยอยู่ที่ 9.5% ของกิจการทั้งหมด ในปี 2562 เป็น 14% ของกิจการทั้งหมดในปี 2563 และจะพุ่งสูงขึ้นเป็น 26% ภายในปี 2565 โดยสำหรับธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ต้องจับตาเป็นพิเศษ หลังพบว่าเป็นธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารที่มีกิจการซมไข้ยาวนาน ในปี 2563 มากถึง 29% ของกิจการทั้งหมด และจะเพิ่มขึ้นเป็น 48 % ในปี 2565”

ด้านนายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้มีการสำรวจและประมินลูกหนี้ที่เข้าโครงการพักชำระหนี้จากผลกระทบของโควิด-19 ซึ่งจะครบกำหนดโครงการเริ่มทยอยกลับมาชำระหนี้ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.ที่จะถึงนี้ โดยพบว่า ลูกหนี้ที่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้จะมีประมาณ 60% ของคนที่อยู่ในโปรแกรมพักชำระหนี้ทั้งหมด ธปท.ได้เตรียมออกมาตรการเพิ่มเติมในการดูแลลูกหนี้เพิ่มเติม หลังหมดมาตรการพักชำระหนี้แล้ว เพื่อให้มีส่วนในการช่วยประคองลูกหนี้ในสถานการณ์ในขณะนี้.

ข่าว-ไทยรัฐ