กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา

109

มหกรรมการ ดีเบต ระหว่างตัวแทน คณะราษฎร กับ ไทยภักดี เห็นความแตกต่างทาง ไอคิว และ อีคิว ของคนสองยุค สบายใจอยู่อย่างว่า ประเทศไทยยังมี คนดี คนเก่ง ที่จะพัฒนาประเทศให้ พ้นปลักการเมือง วิกฤติการเมืองตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา สอนให้คนไทยรู้ว่า ประชาธิปไตยโดยประชาชนเสียงส่วนใหญ่ กับ ประชาธิปไตยโดยคนกลุ่มน้อย มีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะ ประชาธิปไตยที่เจริญแล้ว ไม่ได้สร้างขึ้นมาจาก น้ำลาย แน่นอนธุรกิจโฆษณา

ความชัดเจนของ คณะราษฎร ที่ประกาศไม่ร่วม สังฆกรรม กับ คณะกรรมการสมานฉันท์ ซึ่งประกอบไปด้วยอดีตนายกฯ อาทิ อานันท์ ปันยารชุน, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็เป็นเหตุผลของเด็กที่ต้องรับฟัง ถ้าผู้ใหญ่ใช้โอกาสนี้ โจมตีเด็กว่า ตีรวน เด็กๆก็จะหัวเราะเยาะเอา เพราะเด็กเหล่านี้ ถ้าวัดจากอายุแล้วก็น่าจะตามกันไม่ทัน และอาจจะโทษว่าผู้ใหญ่เหล่านี้เกิดนานเกินไปจะชีช้ำเปล่าๆ

การคิดนอกกรอบ กับ การคิดที่ติดอยู่ในกรอบ มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ส่วนที่ประธานสภา ชวน หลีกภัย ออกมาปฏิเสธว่า ไม่รับเป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะในฐานะที่ คุณชวน สวมหมวก ประธานรัฐสภา ด้วย จะติดขัดทั้ง รูปธรรม และ นามธรรม จาก สมานฉันท์ ก็จะกลายเป็น ไม่สมานฉันท์ ที่ผ่านมา ประธาน ชวน ก็ถูก ส.ส.พรรครัฐบาล กล่าวหาว่าอยากเป็น นายกฯส้มหล่น อยู่แล้ว

ยิ่งถ้าวันที่ 2 ธ.ค.นี้ ที่ ศาลรัฐธรรมนูญ จะอ่านคำวินิจฉัย การทำหน้าที่นายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดหรือไม่เนื่องจากถูกร้องเรียนว่า การที่ยังปักหลักอยู่ใน บ้านพักราชการ แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ตามรัฐธรรมนูญถือว่ามีความผิดข้อหาใช้ทรัพย์สินทางราชการโดยไม่ชอบ (มีคนแก้ต่างให้แล้วว่ายังทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ประเทศในฐานะนายกฯไม่เข้าข่ายความผิด) ก็จะโบ๊ะบ๊ะไปกันใหญ่

ถ้าไม่ผิดก็อยู่กันไปอีกยาวเพราะกว่าจะตกลง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกันเสร็จ แล้วมาทำ ประชามติ อยู่ไปอีก 5-6 เดือน ยุบสภาเลือกตั้งกันใหม่ ก็อีก 6 เดือน สรุปแล้วอยู่กันจนครบเทอมพอดี (คนที่ดีใจที่สุดคือ พรรคร่วมรัฐบาลที่ยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป และอดีตข้าราชการที่ยังอาศัยอยู่ในบ้านหลวง)

อยู่กันไปแบบลุ่มๆดอนๆ

ม็อบก็ประท้วงกันไป รัฐบาลก็ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมกันไป เล่นเจ้าล่อเอาเถิดซื้อเวลากันไปเรื่อยๆ เศรษฐกิจปากท้องคนไทย ก็เตี้ยลงทุกวัน พวกที่เชียร์รัฐบาล (ไอโอ) ก็มีงานทำ ยุแยงตะแคงรั่ว หากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องกันไป ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ก็อดอยากปากแห้ง รอจังหวะเสียบ จะเป็นอะไรไป เมื่อ ประเทศไทย ก็จัดอยู่ในอันดับที่ 8 ของ ประเทศที่มีประชาธิปไตยถดถอย อยู่แล้ว

ขนาดอเมริกายังป่วย หลังเลือกตั้งประธานาธิบดีไปแล้วไม่มีใครยอมใคร ฟ้องร้องกันนัวเนีย ขอจบลงด้วยข้อคิดที่ว่า ความแตกต่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่อยู่ที่สติกับสมอง ผู้ใหญ่ก็ต้องมีสติ เด็กก็ต้องมีสมอง ใช่ไม่ใช่.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

ข่าว-ไทยรัฐ