เสื้อเหลืองเมืองคอน ทุบรถ-ไล่ล่าธนาธร

188

“ชวน” เมินไม่คุย “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ชวนสมานฉันท์ ยันหารือเฉพาะอดีตนายกฯอยู่ในประเทศ เรียกถกวิป 4 ฝ่ายเคาะนัดประชุมกรณีพิเศษเฉพาะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เผย ส.ว.ผวาม็อบปิดล้อมสภา ไม่ขอลงมติช่วงกลางคืน “วิรัช” โต้รัฐบาลจริงใจไม่ได้ตีสองหน้า ลั่นยอมทุกทางให้ ส.ว.สบายใจโหวตรับร่างแก้ รธน. “อนุชา” ปัด พปชร.เล่นเกมถ่วงเวลา ฝ่ายค้านไม่ยืนยันรับหมดทุกร่าง จวกยิ่งยื้อยิ่งเจอวิกฤติ “สุทิน” ลั่น พท.จองกฐินยื่นซักฟอก รบ.ส่งท้ายปี ก้าวไกลซัดแช่แข็งประชาธิปไตย ยื่นส่งตีความ 3 ร่าง รธน. กับดักปิดประตูตั้ง ส.ส.ร. “บิ๊กตู่” ลั่นไม่ห่วงตำแหน่ง แต่ห่วงประเทศ “ม็อบเสื้อเหลืองเมืองคอน” เดือดปิดโรงแรมไล่ล่า “ธนาธร” ดักทุบรถหวิดไม่รอด “เสี่ยเอก” ยกเลิกแผนหาเสียงนายก อบจ.เผ่นกลับกรุงเทพฯ

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ยังคงพยายาม เดินหน้าประสานผู้เกี่ยวข้อง เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ โดยประสานพูดคุยกับอดีตนายกรัฐมนตรีหลายคนเฉพาะที่อยู่ในประเทศไทย แต่ไม่ได้หารือกับนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ

“ชวน” ไม่คุย “แม้ว-ปู” ร่วมสมานฉันท์

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 11 พ.ย. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ จะหารือกับนายทักษิณ ชินวัตรและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ว่า จะคุยกับอดีตนายกฯที่อยู่ในประเทศไทย ได้คุยหมดแล้วยกเว้น พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกฯที่ป่วยอยู่จึงไม่ได้คุย เท่าที่มีเวลาได้ติดต่อประสานงานพูดคุยกับคนที่ทำงานด้านนี้ ปัญหาเฉพาะหน้าต้องแก้ไป แต่ระยะยาวต้องป้องกันความขัดแย้งทางการเมือง ส่วนใหญ่ฝ่ายการเมืองเป็นผู้กระทำให้เกิดความขัดแย้ง ชนิดที่คนหนึ่งเข้าจังหวัดนั้น จังหวัดนี้ไม่ได้จะป้องกันอย่างไร ส่วนที่ฝ่ายค้านคัดค้านไม่ควรบรรจุร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ดูรายละเอียดเห็นว่าได้ทำประชาพิจารณ์ไปแล้ว รัฐบาลเสนอให้พิจารณาในที่ประชุมร่วมรัฐสภา

ส.ส.บี้สถาบันพระปกเกล้าแจงปรองดอง

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณารายงานประจำปี 2562 ของสถาบันพระปกเกล้า มีนายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าเป็นผู้รายงาน โดย ส.ส.หลายคนอภิปรายเรียกร้องให้สถาบันพระปกเกล้าชี้แจงความชัดเจนแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งของประเทศ อาทิ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่ามีคนนอกและ ส.ส.ฝากคำถามมามากมายว่า สถาบันพระปกเกล้าจะออกหลักสูตรการต้านรัฐประหารได้หรือไม่ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ช่วยตอบคำถามว่า ได้เสนอโมเดลอะไรแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม เพื่อตอบโจทย์ให้ประชาชนที่เสียภาษีได้รับทราบ ด้านนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่าอยากให้สถาบันพระปกเกล้าเล่าให้ฟังว่าจะมีวิธีสมานฉันท์อย่างไร สถาบันพระ-ปกเกล้าเป็นหลักของประชาธิปไตยควรออกมาชี้นำเป็นหลักในการแก้ปัญหา ไม่ให้ปัญหาไปกันใหญ่ ตำรวจบ้าจี้ใช้วิธีไปอายัดตัวแบบเก่าแก่เด็กๆที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ต้องออกมายืนยันให้สังคมรับรู้ว่าวิธีการเหล่านี้ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ทำเป็นนิ่งเฉย

“วุฒิสาร” ร่าย 2 โมเดล กก.สมานฉันท์

ด้านนายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ชี้แจงว่าโมเดลการสร้างความปรองดองสถาบันพระปกเกล้าได้หารือผู้ทรงคุณวุฒิ ได้เสนอรูปแบบคณะกรรมการสมานฉันท์ 2 รูปแบบให้สภาฯ รับทราบคือ 1.คณะกรรมการ 7 ฝ่ายที่ควรตั้งทันทีเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้น 2.โมเดลคณะกรรมการที่ปลอดจากฝ่ายการเมือง อาจเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้มีประสบการณ์การแก้ปัญหาความขัดแย้ง 1 ชุดมาทำงานระยะยาว ออกแบบระบบป้องกันและระมัดระวังไม่ให้เกิดการขัดแย้งในอนาคตข้างหน้า

เผย ส.ว.กลัวม็อบบุกสภาช่วงค่ำ

เมื่อเวลา 14.00 น.นายชวนได้เรียกประชุมวิป 4 ฝ่ายคือ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน นายสมชาย แสวงการ ส.ว. นายมหรรณพ เดชพิทักษ์ ส.ว. ตัวแทนวิปวุฒิสภา หารือการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 17-18 พ.ย. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยใช้เวลาหารือร่วม 2 ชั่วโมง จากนั้นนายชวนเปิดเผยว่าที่ประชุมขอให้นัดประชุมกรณีพิเศษเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญ ที่กรรมาธิการฯพิจารณาเสร็จแล้ว และกฎหมาย ที่ประชาชนเสนอเข้ามา (ฉบับไอลอว์) จะบรรจุเพียง 2 วาระนี้ วาระอื่นต้องรอดูว่าจะพิจารณาเสร็จช่วงใด ส.ว.ไม่อยากลงมติช่วงเวลากลางคืน เพราะหวั่นวิตกเรื่องการชุมนุมมาปิดสภาฯ จึงเรียนว่าที่ผ่านมาโดยทั่วไปผู้ชุมนุมให้ความร่วมมือดี ครั้งก่อนจะนำตำรวจมา 13 กองร้อยก็ไม่ได้นำมา ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ครั้งนี้ท่าน ส.ว.เป็นห่วงว่าจะมีปัญหาจึงมอบให้ตนเป็นผู้วินิจฉัยในเวลานั้นว่าสามารถพิจารณาได้เสร็จในตอนกลางวันก็ลงมติได้ คาดว่าจะใช้เวลา 4 ชั่วโมง แล้วนับคะแนน และต้องมีบัตรพิเศษ ให้เห็นว่า ส.ว.เห็นด้วยครบตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ จะลงมติครบทั้ง 7 ร่าง

“วิรัช” ลั่นยอมทุกทางให้ ส.ว.รับร่าง รธน.

นายวิรัชกล่าวว่า รัฐบาลจริงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้ฝากที่ประชุมไว้ว่ายอมตั้งกรรมาธิการก่อนรับหลักการอีก 1 เดือนเพื่อจะให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ จะไม่เกี่ยงงอนอะไรเลย จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ ส.ว.รับร่างแก้ไขทั้งของรัฐบาลและฝ่ายค้านในการพิจารณาวาระ 2 และ 3 จะไปสะดุดตรงไหนเป็นเรื่องของอนาคต วุฒิสภาขอเวลา 2 ร่าง 5 ชั่วโมงครึ่ง จะพิจารณาร่างของคณะ กมธ. ก่อนรับหลักการ ส่วนร่างไอลอว์จะพยายามให้เสร็จใน 1 วัน ถ้าไม่จบคงต้องขยายไปอีก 1 วัน วันนี้องคาพยพของการจะมีมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องประกอบไปด้วยวุฒิสมาชิก สภาฯทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะได้เสียง ส.ว. 84 เสียง จึงจะรับหลักการวาระ 1 ได้ ส่วนที่นายชวนระบุว่าจะมีบัตรพิเศษนับคะแนนเสียง ส.ว.ไม่ทราบ แต่ข้อบังคับต้องยืนขึ้นขานชื่อและรับทีละร่างจนครบ 7 ร่าง เมื่อถามว่า ส.ว.กังวลม็อบจะมากดดัน ส.ว.ตัดสินใจอย่างไร นายวิรัชกล่าวว่า ตอบแทนกันไม่ได้ เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเสนอให้มีภาคประชาชนมาร่วมเป็น กมธ.ด้วยหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ข้อบังคับให้แค่สมาชิกรัฐสภาเท่านั้น แต่ถ้าตั้งเป็นอนุ กมธ.พิจารณาวาระ 2 และ 3 อาจเป็นไปได้

โต้มีหน้าเดียวไม่ได้ตีสองหน้า

ก่อนหน้านี้ ที่รัฐสภา นายวิรัชให้สัมภาษณ์ยืนยันว่ารัฐบาลมีหน้าเดียว ที่ส่งไปยื่นตีความเพราะต้องการให้ชัดเจน เหมือนกับที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญทำนองเดียวกันกับปี 2555 ทำคู่ขนานกันไป หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ไม่ขัดรัฐธรรมนูญทุกอย่างเดินหน้าต่อ เชื่อว่าจะลงมติราบรื่นได้ประสานงานกับ ส.ว.เข้าใจแล้ว ถ้าใครมีชีวิตเป็น ส.ส.จะเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนจึงต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเพื่อให้เกิดผลผูกพัน ยืนยันว่าไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น หากมีเจตนาเป็นอย่างอื่นคงยื่นให้ประธานรัฐสภาโดยตรง เรื่องคงถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ใช้ขั้นตอนรัฐสภาเพื่อให้มีมติ แม้ในอนาคตหากศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องนี้ไว้พิจารณา เป็นไปได้ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคาดจะเสร็จก่อนกระบวนพิจารณาของรัฐสภา ทั้งนี้ ได้เข้าพบขอโทษนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ท่านไม่ได้ติดใจใดๆ ได้ตักเตือนน้องๆแล้ว และไม่มีการตักเตือนเป็นกรณีพิเศษ ต่อไปนี้อะไรที่เป็นส่วนต้องอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลและประธานสภา เราจะต้องประนีประนอม ส่วนการสร้างสมานฉันท์พรรคมอบหมายให้เป็นผู้ประสานงานกับประธานสภา อะไรจะช่วยเหลือทำให้ความปรองดองเดินหน้าไปได้พร้อมยินดีเต็มที่

“อนุชา” ปัดไม่มีเล่นเกมยื้อเวลา

นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จุดยืนพรรคยืนยันไปแล้วว่ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะไปถึงขั้นมีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) หรือไม่ ค่อยไปว่ากันอีกครั้ง เป็นเรื่องของรัฐสภาร่วมพิจารณา เมื่อถามว่ารัฐบาลเห็นควรให้แก้ไขแต่ ส.ส.รัฐบาลบางส่วนเห็นไปอีกทาง ประชาชนอาจสับสนว่าเล่นเกมยื้อเวลา นายอนุชาตอบว่า เคยบอกไปแล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่การเล่นเกมการเมือง เราให้แก้ไขเพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาขึ้น ส.ส.เข้าชื่อร่วมกับ ส.ว.ถือเป็นเอกสิทธิ์ ได้พูดคุยกันในพรรคแล้ว ส่วนที่นายกฯกำชับให้ดูแล ส.ส.พรรคทั้งนายสิระ เจนจาคะ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ พาดพิงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาเป็นเรื่องภายในพรรคได้พูดคุยกันแล้ว คงไม่ถึงขั้นลงโทษตัดเงินตามที่มีข่าว

“วิษณุ” ย้ำตั้ง ส.ส.ร.ไม่ขัด รธน.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ดูตารางเวลาแล้วทุกอย่างไปพร้อมกันไม่ได้ล่าช้า ไม่ได้คิดว่า ส.ส.และ ส.ว.ที่ยื่นให้ส่งตีความไม่อยากให้แก้ เพียงแต่มันมีข้อสงสัย เดี๋ยวมีมือดีแอบไปส่งศาลรัฐธรรมนูญตอนหลังจะยุ่ง ดังนั้นส่งให้ตีความตอนนี้จะได้หมดเรื่อง ที่ผ่านมารัฐบาลประกาศความชัดเจนแล้ว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภาตามข้อที่ 31 หากรัฐสภาเห็นควรก็ส่งไปให้ศาลวินิจฉัย หากไม่เห็นชอบไม่ต้องส่ง แต่จะส่งหรือไม่ส่งการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าต่อไปได้เรื่อยๆโดยไม่มีอะไรหยุดอยู่แล้ว โดยส่วนตัวเห็นว่าไม่มีอะไรขัดรัฐธรรมนูญ เหมือนกับที่อีกหลายคนเห็น ถ้าให้อธิบายก็อธิบายได้ แต่พูดไปจะยาว เอาเป็นว่าเห็นว่าไม่ขัดโดยเฉพาะการตั้ง ส.ส.ร.ไม่ขัด รธน.

หน.ปชป.เบรกยังไม่มีมติคว่ำญัตติ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ 3 ร่างรัฐธรรมนูญต้องผ่าน 3 ด่าน 1.ประธานรัฐสภา 2.ขอมติที่ประชุมรัฐสภา และ 3.ศาลรัฐธรรมนูญ พรรคยืนยันว่าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชอบด้วยกฎหมายแน่นอน ผ่านการตรวจสอบและพิจารณาจากหลายฝ่ายก่อนบรรจุเข้าที่ประชุมรัฐสภา จึงไม่กังวลกับการพยายามเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่จะลงมติคัดค้านการส่งตีความหรือไม่ พรรคยังไม่ได้พูดถึง ต้องผ่านด่านประธานรัฐสภาก่อน แต่พรรคมีหน้าที่ต้องช่วยกันยืนยันว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอไปชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ จะเป็นการเล่นสองหน้าหรือไม่ ต้องไปถามพรรคพลังประชารัฐ แต่พรรคเดินตรงตลอดให้แก้รัฐธรรมนูญ

ฝ่ายค้านไม่ยืนยันโหวตรับทุกร่าง

นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวว่า ถึงการประชุมรัฐสภาวันที่ 17-18 พ.ย.เบื้องต้นแล้วจะพิจารณาและอภิปรายรายงานของ กมธ.ศึกษาร่างแก้รัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการทั้ง 6 ร่างที่มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นประธาน จากนั้นจะพิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ไอลอว์) คาดว่าจะได้ลงมติวันที่ 18 พ.ย. ตั้งแต่ 19.00 น. ฝ่ายค้านยังไม่ยืนยันจะโหวตรับทุกร่าง แต่มีโอกาสจะเป็นไปได้ เชื่อว่าร่างของไอลอว์จะผ่านการเห็นชอบเนื่องจากมีหลักการเดียวกัน กับร่างของฝ่ายค้านและรัฐบาลในการแก้มาตรา 256 และตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)

จองกฐินสิ้นปียื่นซักฟอกรัฐบาล

นายสุทินกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีฝ่าย ส.ส.รัฐบาล และ ส.ว.เข้าชื่อยื่นญัตติขอมติรัฐสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจสมาชิกรัฐสภาในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แม้พรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยแต่คาดว่าเสียง ส.ส.รัฐบาลและ ส.ว.จะผ่าน เป็นเกมตีสองหน้าตีรวน นายกฯต้องออกมาชี้แจงเพราะเป็นคนพูดในสภาฯว่าจะสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. แต่วันนี้ลูกน้องออกมาเล่นเกมอย่างนี้ นอกจากนี้ พรรคฝ่ายค้านเตรียมจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ คาดว่าจะมีการประชุมภายในเดือน ธ.ค.ช่วงก่อนสิ้นปี

ฉะ รบ.ยิ่งยื้อแก้ รธน.ยิ่งเจอวิกฤติ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า ประชาชนตกผลึกสัมผัสได้ถึงความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ นโยบาย หาเสียงเป็นคำสัญญาว่างเปล่าแทบทุกนโยบาย แถลงนโยบายเร่งด่วนจะแก้รัฐธรรมนูญเกือบ 2 ปี เห็นแต่ความพยายามซื้อเวลายื้อการสืบทอดอำนาจให้นานที่สุด จะโหวตแก้รัฐธรรมนูญวาระที่ 1 อยู่แล้ว กลับเสนอให้ตั้งคณะ กมธ.พิจารณาก่อนรับหลักการ หนักสุด ยังเข้าชื่อร่วมกับ ส.ว.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ตัวเองเสนอ ยิ่งไม่จริงใจ ยื้อเวลามากเท่าใด รัฐบาลจะถึงจุดวิกฤติ

ทวงสัญญาลมปาก “บิ๊กตู่” แก้ รธน.

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังถูกสังคมถล่มถ่วงเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญมี ส.ส.พรรคแกนนำรัฐบาลมาให้ข่าวแก้ตัวว่าสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่เกรงจะไปแตะหมวด 1 หมวด 2 แก้ตัวไม่ขึ้นเป็นข้ออ้างเลื่อนลอยไม่มีเหตุผลรองรับ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลและฝ่ายค้านมีหลักการไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 การพิจารณาเสียง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลบวก ส.ว.มากกว่าฝ่ายค้านอยู่แล้ว ปัญหาการเมืองทุกประเด็นรวมศูนย์อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จึงควรตัดสินใจทางการเมืองอย่างอารยะ สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญตามที่สัญญากับประชาชนกลางสภาฯให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ประเทศได้รับความเชื่อมั่นเป็นที่ปรารถนาของประชาชน

“ก้าวไกล” ซัดเตะถ่วงแช่แข็ง ปชต.

ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก้าวไกล แถลงว่า พรรคก้าวไกลเห็นด้วยที่บอกว่าการ ร่วมลงชื่อเสนอญัตติส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การเตะถ่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ยุติไม่อนุญาตให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแทนที่ฉบับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เด็ดขาด เปรียบเป็นการปิดประตูที่เราจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคยืนยันว่าการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 เป็นอำนาจโดยชอบของรัฐสภาและประชาชน การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดย ส.ส.ร.เป็นทางออกของวิกฤติประเทศ สิ่งที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน และคณะเห็นว่าขัดและแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เป็นการแช่แข็งอำนาจประชาธิปไตยของประเทศให้อยู่ในระบอบสืบทอดอำนาจ มีรัฐธรรมนูญฉบับ คสช.เป็นฉบับนิรันดรอยู่ ตลอดกาล แนวคิดนายไพบูลย์เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย ยืนยันว่าการทำรัฐธรรมนูญใหม่จะ ไม่สามารถทำได้ตามระบบรัฐสภา แต่จะเกิดขึ้นได้จากการทำรัฐประหารเท่านั้น

อัดวางกับดักปิดประตูตั้ง ส.ส.ร.

นายชัยธวัชกล่าวอีกว่า นายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอาจบอกว่าเป็นการกระทำส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับรัฐบาลหรือพรรค แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านายไพบูลย์เป็นคนสำคัญของพลังประชารัฐ มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคมาตลอด จึงขอเรียกร้องแม้จะยอมผ่านวาระที่ 1 แต่ไปยื่นญัตติดักรอไว้เพื่อปิดประตูการตั้ง ส.ส.ร. รัฐบาล และนายกฯเคยระบุยินดีพร้อมจะแก้รัฐธรรมนูญมีจุดยืนอย่างไร ที่สำคัญพรรคร่วมรัฐบาลทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ที่ประกาศจุดยืนว่าจะสนับสนุนการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่าน ส.ส.ร.เห็นด้วยหรือไม่ จะร่วมโหวตญัตติที่ให้รัฐสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ หรือไม่ หากญัตตินี้ผ่านถือเป็นการปิดประตูยุติการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลรับผิดชอบ แสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่าจะยังร่วมพายเรือให้โจรนั่งหรือไม่ หรือจะตลบตะแลง แสวงหาผลประโยชน์กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปตลอด

“บิ๊กตู่” อยากเห็น 70 ล้านคนสุขยั่งยืน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องแกรนด์ ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานงาน สัมมนาและปาฐกถา “ภาคธุรกิจไทยในวิถียั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า วันนี้ไม่ใช่โลกใบเก่า เป็นโลกใบใหม่ ไม่ได้บอกคนนั้นถูกคนนี้ผิดแล้วตนถูก ต้องฟังกันทุกคนแล้วมาใคร่ครวญดูสิ่งที่ทำมาแล้วดีหรือยัง ถ้าไม่ดีจะทำอย่างไร ต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน รัฐบาลไม่ได้อะไร ต้องมองภาพรวมทำอย่างไรให้ 70 ล้านคนมีความสุขยั่งยืนและพอเพียง นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ อยู่ที่จิตใจประชาชนทุกคน ไม่อย่างนั้นขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้ และมีกฎหมายที่ทำให้คนส่วนใหญ่ปฏิบัติได้ เรื่องความเหลื่อมล้ำซึ่งมีมานานแล้ว แต่ต้องมาดูว่ามีอะไรดีขึ้นบ้าง ช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแล้วบ้างหลายคนไม่รู้เลย เราต้องเรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่อย่างนั้นรู้แต่ด้านเดียวแล้วก็ตีกันไม่เลิก

ลั่นไม่ห่วงตำแหน่งแต่ห่วงประเทศ

นายกฯกล่าวว่า ไม่อยากให้ต่างประเทศมองว่าเราเชื่อมั่นไม่ได้ เราต้องการให้เขาย้ายฐานการผลิตมาไทย แต่มีปัญหากันอยู่ทุกวันเขาจะมาไหม นี่คือสิ่งที่ตนเป็นห่วง “ผมไม่ได้ห่วงเรื่องตำแหน่งอะไรทั้งสิ้น แต่ห่วงประเทศไทยจะไปอยู่ตรงไหน ถ้าเขาไม่มา ถ้าย้ายฐานผลิตไปที่อื่นกันหมดจะทำอย่างไร” สิ่งที่ทุกคนต้องเอาไปคิดเรื่องสังคมนิยมประชาธิปไตยกับประชาธิปไตยต่างกันตรงไหน ประเทศนั้นเขาทำได้เพราะเขามีอำนาจถึงทำได้ แต่ตนมีอำนาจก็เหมือนไม่มี ตนไม่ต้องการอำนาจ แต่ต้องการความเข้าใจ ความร่วมมือ ที่พูดทุกวันหลายคนบอกว่าพูดเยอะ ไม่ใช่บ่น แต่เพื่อต้องการอธิบายให้ฟัง และไม่ได้พูดเพื่อให้อยู่ไปนานๆ จะอยู่ถึงอายุ 100 ปีหรืออย่างไร หลายเรื่องเอามาพันกันจนมีปัญหา มันไม่ใช่สิ่งดีๆ ช่วงนี้ไม่ค่อยให้สัมภาษณ์เพราะเห็นว่ามันยุ่งกันพออยู่แล้ว จะพูดอะไรก็เป็นเรื่องไปหมด ถ้ารัฐบาลมัวแต่แก้ปัญหาจากคำวิจารณ์ทั้งหมด คงเป็นไปไม่ได้ อีนุงตุงนังไปหมด ทุกขั้นตอนมีรายละเอียดและกฎกติกา ตนก็กลัวติดคุกเหมือนกัน หรือใครไม่กลัวบ้าง ไม่มีหรอก ยกเว้นบางคนไม่กลัวก็มีแล้วแต่ ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันไม่ว่าจะตนหรือใคร

ใครไม่ได้รับเป็นธรรมไปฟ้องร้องเอา

นายกฯกล่าวว่า ส่วนที่ว่าใครจะบอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ไปฟ้องร้องหรือฟื้นคดีขึ้นมา ถือเป็นช่องทางตามประชาธิปไตย อย่ามองว่ามีปัญหาไปหมด ปัญหาบางอย่างมีไว้แก้ มีไว้ให้ฟันฝ่า ประวัติศาสตร์มีไว้ให้เป็นบทเรียน บางประเทศที่เขาไม่ทะเลาะกันเพราะเคยเผชิญหน้าแบบนี้มาแล้ว อย่างสงครามโลก สงครามเหนือใต้ ตายเป็นล้านคน เขาไม่ต้องการให้เกิดอีก แต่ของเราไม่เคยเจอแบบนี้ หวังว่าจะไม่มีอยู่แล้ว แต่เราชอบรบกันด้วยความคิด รบกันด้วยโซเชียลต้องระมัดระวัง การทำงานที่ผ่านมาตนพยายามลงไปดูลงไปจี้ถาม มีคำสั่งในกรอบของนายกฯลงไปในรายละเอียดมากไม่ได้ ให้ข้าราชการทุกคนมีสิทธิ์คิด จากนั้นตนและคณะทำงานกลั่นกรองอีกครั้ง ถ้าใช่ก็ทำ ถ้าไม่ใช่ก็หาวิธีการ ตนทำงานแบบนี้ ไม่ได้ทำงานส่งเดชไปเรื่อย ตนทำงานด้วยคณะทำงาน เพราะตนไม่ใช่ซุปเปอร์แมนที่จะทำคนเดียวได้ เศรษฐกิจ ก็มีหลายคนคิด มีฝ่ายกฎหมาย

ปิดห้องถกลับบอร์ด กอ.รมน.

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรครั้งที่ 1/2563 (บอร์ดกอ. รมน.) โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าว หลังประชุมได้เรียก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. และ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หารือราว 10 นาที ก่อนรับฟังการบรรยายนิทรรศการการปฏิบัติงาน การแถลงแผนความมั่นคงและมอบนโยบายประจำปีของ กอ.รมน. ขณะเยี่ยมชมนิทรรศการ นักเรียนได้มอบผักและไข่ไก่ให้พร้อมเชียร์ “นายกฯสู้ๆ” นายกฯขอบคุณและขอให้ตั้งใจเรียน ก่อนขึ้นรถกลับนายกฯหันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ขอบคุณนะ บ้านเมืองเป็นของพวกเราทุกคน” เมื่อถามถึงกระแสข่าวต้องการให้ ส.ส.พรรคพลัง-ประชารัฐ 25 คนถอนชื่อจากญัตติส่งตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ พล.อ.ประยุทธ์ส่ายหัวไม่ได้ตอบคำถาม

“บิ๊กป้อม” บอกดีม็อบแผ่วปัดส่งคนเจรจา

เมื่อเวลา 11.50 น. ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าม็อบแผ่วลงว่า จะไปรู้หรือ เพราะสมช.เป็นผู้ประเมิน เมื่อถามว่า มีแนวโน้มจะคลี่คลายลงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ๆ และไม่ได้มีการส่งคนไปเจรจา เมื่อถามว่าการที่ม็อบแผ่วลงน่าจะเป็นสัญญาณดีของรัฐบาลใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ดีๆ

“เทพไท” หนุนผู้นำห้ามจัดม็อบชนม็อบ

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เป็นห่วงและกังวลที่มีความพยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดม็อบชนม็อบมาตลอด ต้องขอขอบคุณนายกฯที่แสดงท่าทีนี้อย่างจริงจัง ปรามไม่ให้มีการจัดม็อบชนม็อบ และขอให้ส่งสัญญาณไปยังทุกฝ่ายไม่ให้จัดการชุมนุมลักษณะเผชิญหน้ากัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม ต้องหลีกเลี่ยงหรือห้ามจัดการชุมนุมวัน เวลา สถานที่เดียวกัน เจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลความสงบ และความมั่นคงต้องประสานและบริหารจัดการการชุมนุมของทุกฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มปกป้องสถาบันฯที่ส่วนใหญ่เป็นมวลชนจัดตั้งหรือระดมมวลชนได้รับการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องหลีกเลี่ยงห้ามปรามไม่ให้ดำเนินการลักษณะม็อบชนม็อบอย่างเด็ดขาด นายกฯในฐานะผู้นำสูงสุดต้องส่งสัญญาณกำชับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกภาคส่วนต้องบังคับใช้กฎหมายกับทุกฝ่ายเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ เพราะจะยิ่งเพิ่มความขัดแย้ง และเคียดแค้นต่อรัฐบาลมากยิ่งขึ้น มวลชนจะยิ่งเข้าร่วมชุมนุมมากขึ้น อาจทำให้สถานการณ์บานปลาย จนไม่สามารถควบคุมหรือแก้ปัญหาได้

ไทยภักดีโวยแอมเนสตี้เกียร์ว่าง

วันเดียวกัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “#เรียกร้องแอมเนสตี้แสดงท่าที” ว่ากลุ่มไทยภักดีประสานแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล ประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้แสดงท่าทีปกป้องสิทธิเสรีภาพประชาชนที่เห็นต่างต่อเหตุการณ์ผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 พัทยา ใช้ความรุนแรงกับชาวรัสเซียที่เห็นต่าง ได้รับแจ้งว่าช่วงนี้สำนักงานปิด ไปลงพื้นที่ต่างจังหวัด จะขอให้ไปยื่นสัปดาห์หน้า กลุ่มไทยภักดีเกรงว่าจะไม่ทันต่อสถานการณ์จึงแจ้งว่าจะขออนุญาตเรียกร้องผ่านเฟซบุ๊กแทน#หยุดใช้ความรุนแรงกับผู้เห็นต่าง

ม็อบนครฯ ปิดโรงแรมไล่ “ธนาธร” ทุกที่

เมื่อเวลา 09.00 น. บริเวณริมถนนอ้อมค่าย หน้าโรงแรมราวดี หมู่ 5 ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช กลุ่มผู้ปกป้องสถาบันใส่เสื้อเหลืองจาก จ.กระบี่ และ จ.นครศรีธรรมราช จำนวนมาก รวมตัวถือธงชาติไทย พระบรมฉายาลักษณ์ ร.10 และธง ภปร.มายืนรวมตัวกันแสดงความจงรักภักดีและปกป้องสถาบัน รอขับไล่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือเอก แกนนำคณะก้าวหน้า ที่ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ช่วยผู้สมัครนายก อบจ.นครศรีธรรมราช หาเสียง มีนายอานนท์ มีศรี ประธานชมรมคนดีนครศรีธรรมราชแห่งชาติ และนายสมใจ นวลนุ่ม แกนนำกลุ่มปกป้องสถาบันจาก จ.กระบี่ เป็นแกนนำ พูดโจมตีผ่านเครื่องขยายเสียง พากันตะโกน “ออกไปๆๆ ไม่เอาไอ้ธรๆๆ”

นายสมใจกล่าวว่า พวกตนมาเพื่อปกป้องสถาบันเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับผู้สมัครนายก อบจ. หรือการเมืองแต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมานายธนาธร จาบจ้วงสถาบันมาตลอด พวกเราชาวภาคใต้จึงออกมาปกป้อง จะไปขับไล่ทุกพื้นที่ที่นายธนาธรไปหาเสียงในภาคใต้ จากนั้นทั้งหมดได้เดินถือพระบรมฉายาลักษณ์ ธงชาติไทย เดินเข้าไปในโรงแรมราวดี วน 1 รอบ ส่งเสียงทรงพระเจริญๆๆๆและตะโกนขับไล่นายธนาธรตลอดเวลา ก่อนไปยืนดักรอบริเวณทางเข้าโรงแรม พร้อมกับกลุ่มของผู้สมัครนายก อบจ.สังกัดคณะก้าวหน้าที่มารอต้อนรับนายธนาธร

เดือดดักทุบรถ “เสี่ยเอก” หวิดไม่รอด

ต่อมาเวลา 11.30 น. หลังจากนายธนาธรประชุมกับแกนนำคณะก้าวหน้าและผู้สมัครนายก อบจ.ภาคใต้เสร็จ นายธนาธรพร้อมคณะรีบออกจากห้องประชุมไปขึ้นรถหลังโรงแรม ที่หน้าโรงแรม พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ ผกก.กก.สส.ภ.นครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบมาดูแลเจรจากับกลุ่มนายสมใจ แต่ยังพากันสกัดรถที่ขับออกมาทุกคัน ให้ลดกระจกลงตรวจสอบมีนายธนาธรนั่งอยู่หรือไม่ โดยมีรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน
สี่ประตู ทะเบียน กล 7359 นครศรีธรรมราช ติดฟิล์มทึบวิ่งออกมา คนขับไม่ลดกระจก ทำให้ไม่พอใจพยายามเข้าทุบกระจกรถ คนขับจึงขับฝ่าไปช้าๆ มีการนำรถจักรยานยนต์มาจอดขวาง ตำรวจต้องเข้ามาดึงกลุ่มผู้ชุมนุมออกชุลมุนอยู่หลายนาทีก่อนรถจะเคลื่อนตัวพ้นออกไปได้ แต่ยังมีการวิ่งไล่ตามไปทุบกระจกรถไม่ลดละ จากนั้นกลุ่มนายสมใจปักหลักปิดทางเข้าออกตรวจสอบรถทุกคันจนแน่ใจว่านายธนาธรออกไปแล้วจึงสลายตัว บางส่วนไปดักรอที่สนามบิน

ยกเลิกแผนหาเสียงเผ่นกลับ กทม.ทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธรต้องยกเลิกกำหนดการเดินทางไปพบปะกลุ่มนักศึกษาที่ อ.ทุ่งสง ส่วนวันที่ 12 พ.ย.ที่จะลงพื้นที่หาเสียงเปิดตัวผู้สมัครนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี และ จ.พังงา ล่าสุดคณะก้าวหน้าสุราษฎร์ธานีแจ้งว่านายธนาธร ยกเลิกกิจกรรมทั้งหมดแล้ว และเดินทางจาก จ.นครศรีธรรมราชกลับกรุงเทพฯแล้ว

เจ้าตัวยันปลอดภัยไม่ได้อยู่ในรถ

เมื่อเวลา 17.30 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าคนที่ชูป้ายไล่ล่าผมและคณะก้าวหน้า ลองถามตัวเองให้ดีว่ากำลังตกหลุมพรางเดิมๆอยู่หรือไม่ เรารู้ดีอยู่เต็มอกว่าผู้บริหารท้องถิ่นไม่น้อยมีพฤติกรรมกินหัวคิว เอื้อประโยชน์พวกพ้อง กอบโกยผลประโยชน์ แต่เรากลับยอมจมปลักอยู่กับความชั่วร้ายเหล่านี้ เพราะพวกเขาหลอกให้เราเชื่อว่าอนาคตข้างหน้าเป็นเรื่องน่ากลัว คนที่จะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง ต้องเป็นพวกล้มเจ้า พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ในเมื่อไม่กล้าเปลี่ยนเท่ากับเราต้องจำยอมอยู่กับความชั่วร้ายเดิมๆ ใครยังได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้อยู่ และเขาคือคนเดียวกับคนที่สร้าง “ฝันร้าย” มาหลอกหลอนพวกคุณหรือไม่ สิ่งที่เป็นภัยต่อพวกเรามากที่สุดไม่ใช่สิ่งที่เราจะเจอเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา แต่คือ “ฝันร้าย” ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกหลอนเราไม่จบไม่สิ้น ทั้งนี้ นายธนาธรได้ตอบข้อความในโพสต์ว่า “มีคนถามเข้ามาเยอะเรื่องกลุ่มคนสวมเสื้อเหลืองล้อมรถที่นครฯ ขอแจงตามนี้ว่าไม่ได้รับอันตรายใดๆ เนื่องจาก ไม่ได้อยู่ในรถคันนี้ และรถไม่ใช่ของผมด้วย จะห่วงก็แต่คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ส่วนตอนนี้ผมยังอยู่กับผู้สมัครและยังทำงานรณรงค์อยู่ภาคใต้”

“บิณฑ์” เดินสายปลุก ปชช.ป้องสถาบัน

ช่วงเย็น ที่ จ.ชลบุรี นายบิณฑ์และนายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมด้วย“เบส” น.ส.อรพิมพ์ รักษาชาติ และนายทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ กลุ่มศิลปินผู้มีใจรักชาติ นำประชาชนชน จ.ชลบุรี รวมตัวตั้งขบวนเดินจากหน้าศาลารวมใจชน ถนนชลมารควิถี ไปจัดกิจกรรมแสดงพลังปกป้องสถาบัน ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ชลบุรี

นายบิณฑ์กล่าวว่า ตนพร้อมเดินทางไปทุกจังหวัดที่มีพี่น้องชาวไทยออกมาเทิดทูนและ ปกป้องสถาบัน พระองค์ท่านเป็นห่วงที่พวกเรารวมพลังทางด้านจิตใจให้เป็นหนึ่ง พระองค์ต้องการกำลังใจจากพี่น้องประชาชนทุกคน ถึงเวลาแล้วพี่น้องทุกอำเภอทุกจังหวัดต้องออกมาปกป้องสถาบัน ส่วนผู้ที่ล้มล้างสถาบันพวกเราจะรอเวลาให้ถึงที่สุด ถึงเวลานั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ชาวศรีสัชฯแสดงพลังจงรักภักดี

ที่วัดเจดีย์เจ็ดแถว ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย นายกองโทพยุงศักย์ สุวรรณโณ นอภ.ศรีสัชนาลัย นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน พ่อค้า ประชาชน รวมตัวกันใส่เสื้อเหลืองจัดกิจกรรม “ศรีสัชนาลัยเมืองแห่งความจงรักภักดี” ร่วมกล่าวปฏิญาณตนเป็นคนดีของแผ่นดิน เทิดทูน และจงรัก ภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดไป ร่วมกันร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง มีเด็กหญิงอายุประมาณ 3 ขวบ สวมเสื้อสีเหลืองสดใสที่ผู้ปกครองพาเข้ามาร่วมกิจกรรม นั่งอยู่บนอิฐศิลาแลง ถือพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 โบกธงชาติในมือด้วยความไร้เดียงสาสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น

แจ้งจับเลขาธิการ คปส.ล้มล้าง ปชต.

ที่ สน.ดุสิต เวลา 10.30 น. นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ตัวแทนภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เข้าพบ ร.ต.ท.นที นิลเปี่ยม รอง สว. (สอบสวน) สน. ดุสิต แจ้งความเอาผิดนายกฤตย์ เยี่ยมเมธากร เลขาธิการ เครือข่ายประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (คปส.) ผิดฐานยุยงส่งเสริมให้เป็นกบฏ ยุยงทหารหรือตำรวจให้ละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่ หรือให้ก่อการกำเริบ ทำให้ปรากฏต่อประชาชนด้วยวาจา อันมิใช่ในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลฯ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) จากกรณีแสดงออกต่อสาธารณะสนับสนุนให้ทำการรัฐประหาร ระหว่าง วันที่ 8-9 พ.ย. ต่อมาเวลา 13.00 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายวรา จันทร์มณี เลขาธิการเครือข่ายประชาชนพิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม เข้ายื่นหนังสือให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับนายกฤตย์ กรณีเรียกร้องให้ทำรัฐประหาร หรือ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย มี พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ รอง ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม สยศ.นายตำรวจเวรรักษาการณ์มารับเรื่อง

ขอปกป้องด้วยปัญญาอย่าปลุกระดม

นายวรากล่าวว่า การรัฐประหารคือการอัตวินิบาตกรรมประเทศ เป็นอนันตริยกรรมทำร้ายบ้านเมืองและประชาชนทั้งหมด ถึงเวลาที่เราจะกลบฝังการรัฐประหารให้สูญพันธุ์ เราต้อง “ชัตดาวน์รัฐประหาร” ขอเรียกร้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะ ผบ.ทบ.ที่กินภาษีประชาชนให้เลิกพูดเรื่องโอกาสหรือเงื่อนไขที่จะทำรัฐประหาร ไม่ว่าจะเป็นศูนย์หรือเป็นลบก็มีไม่ได้ ต่อไปนี้ประเทศไทยต้องมีประชาธิปไตยเท่านั้น ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเลิกปลุกระดมโฆษณาชวนเชื่อด้วยวาทกรรม “ล้มเจ้า” “ล้มล้างสถาบัน” เพราะไม่มีอยู่จริงจะมีก็แต่ให้ปฏิรูปสถาบันผ่านการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องได้รับฉันทามติจากประชาชน อย่าลืมคำขวัญ “ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์” เคยทำให้คนไทยฆ่ากันเองมาหลายครั้งแล้ว การปกป้องที่แท้จริงต้องทำด้วยปัญญา

ตร.พร้อมรับมือม็อบ 14 พ.ย.

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. กล่าวว่า การดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 14 พ.ย.ตำรวจยังจะใช้แผนรับมือปกติ มี ผบช.น. ผู้บัญชาการเหตุการณ์ เตรียมกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชนพร้อมรับมืออยู่แล้ว ยืนยันว่าจะใช้ทั้งหลักกฎหมายดูแลความสงบเรียบร้อย สำหรับการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. ถึงวันนี้มีการ แจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำความผิด จำนวน 89 ราย เป็น ความผิดข้อหาตาม พ.ร.บ.ฉุกเฉินฯ จำนวน 47 ราย ส่วนที่เหลือเป็นความผิดตาม ป.อาญามาตรา 110 มาตรา 116 และมาตรา 215

“วิษณุ” แจง ก.ม.ไม่ห้ามแต่งตั้งเมีย รมต.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ แต่งตั้ง น.ส.ธนพร ศรีวิราช ภรรยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เป็นประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่า ทำไมถึงจะทำไม่ได้ เป็นการแต่งตั้ง ข้าราชการการเมืองตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ 20 อัตรา เป็นอำนาจนายกฯเสนอแต่งตั้งนำเข้า ครม. ไม่ใช่อำนาจ ร.อ.ธรรมนัสไม่ทราบว่าใคร เป็นผู้เสนอขึ้นมา แต่ไม่ได้ผิดอะไรกฎหมายไม่ได้ห้าม แต่จะเหมาะสมหรือไม่แล้วแต่ เพราะไม่ได้ไปทำงาน ที่กระทรวงเกษตรฯ แต่มานั่งทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล ตามที่นายกฯ มอบหมาย ตนไม่รู้จักทราบข่าวจากสื่อ

“ชัยธวัช” เหน็บไม่ร้ายแรงเท่าค้าแป้ง

ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก้าวไกล กล่าวถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่งตั้งภรรยาเป็นข้าราชการการเมืองเหมาะสมหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า สาธารณชนวิพากษ์วิจารณ์ความไม่เหมาะสมแล้ว แต่เรื่องนี้ยังไม่หนักหนาเท่ากับคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัสเรื่องการค้าแป้ง

ข่าว-ไทยรัฐ