เที่ยวเกาะเต่าดำน้ำดูปะการังกัลปังหา ลุ้นเจอฉลามวาฬ ควรไปช่วงไหนดี

111

เกาะเต่าเป็นจุดดำน้ำที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาชมความงามของโลกใต้ทะเล ท่ามกลางความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ คุณสามารถมองเห็นฝูงปลามาคลอเคลียระยะประชิด แต่อย่างไรก็ดี เมื่อดำสู่ก้นทะเลอย่าเผลอเหยียบปะการังและเจ้าบ้านตัวน้อย

แต่ทราบหรือไม่ว่า เกาะเต่าเพิ่งเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการไม่ถึง 40 ปี แต่ก็ครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะสามารถมาเรียนดำน้ำแล้วรับใบรับรองไปใช้ได้ทั่วโลก ซึ่งใช้เวลาเรียน 4-5 วัน โรงเรียนสอนดำน้ำต่างๆ จึงจัดแพ็กเกจเรียนดำน้ำ พร้อมที่พักและรถรับส่ง รวมถึงรถเช่าให้ใช้ชีวิตอยู่ในเกาะเต่าได้สะดวก

ประวัติเกาะเต่า

เกาะเต่าเป็นเกาะที่อยู่ในอำเภอพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดิมเคยใช้เป็นพื้นที่ขังนักโทษ ปัจจุบันเป็นเกาะที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 350,000 คนต่อปี โดยมีไทม์ไลน์ประวัติของเกาะดังนี้

  • 2442 : รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเกาะเต่า ทรงจารึกพระปรมาภิไธย จ.ป.ร. บนหินทางใต้ของหาดรี
  • 2486 : ใช้เป็นคุกคุมขังนักโทษการเมืองในคดี กบฏบวรเดช
  • 2487 : ยกเลิกการใช้คุมขังนักโทษ กลายเป็นเกาะร้าง
  • 2490 : ชาวบ้านล่องเรือมาตั้งถิ่นฐาน ส่วนใหญ่เป็นคนจากเกาะพะงัน 
  • 2520 : นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มแรกเดินทางมากับเรือประมง มาดำน้ำสำรวจธรรมชาติ 
  • 2527 : มีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นแห่งแรก ค่าพักคืนละ 30 บาท

เหตุที่ได้ชื่อ “เกาะเต่า” เนื่องมาจากสมัยอดีตมีเต่าทะเลอาศัยเป็นจำนวนมาก และบนหาดจะมีลูกเต่าออกมาจากไข่ เดินออกสู่ทะเลจนมองเห็นชายหาดเป็นสีดำ


เที่ยวเกาะเต่าช่วงไหนดี

เกาะเต่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะเดินทางมาได้ตลอดทั้งปี ตามช่วงเวลา ดังนี้

  • มกราคม – พฤษภาคม เพราะสภาพอากาศดีที่สุด มองเห็นเกาะนางยวน และมีจุดชมวิวทะเลที่สวยงามหลายแห่ง
  • เมษายน – กันยายน น้ำทะเลลงช่วงกลางวัน ทำให้หาดทรายกว้าง เหมาะกับการนอนอาบแดด
  • ตุลาคม – มีนาคม น้ำทะเลขึ้นสูง เหมาะกับการดำน้ำแบบตื้น 

จุดดำน้ำเกาะเต่า

  • กองหินตุ้งกู (Southwest Pinnacle) จุดดำน้ำและจุดถ่ายภาพยอดฮิตที่คุณจะมองเห็นฝูงปลาหูช้างออกมาต้อนรับ และหากดำไปจนถึงพื้นทรายด้านล่างจะพบกับฝูงปลาเหลืองนับแสนตัว มาว่ายน้ำรอบๆ ตัวให้ถ่ายภาพ แนะนำว่าควรระวังขณะเดินใกล้ปะการัง ห้ามกระแทกหรือเหยียบ
  • กงชุมพร (Northwest Pinnacle) จุดดำน้ำที่นักท่องเที่ยวตั้งใจเดินทางมาดูฉลามวาฬ รวมถึงชมแนวปะการังสวยๆ
  • กงหินวง จุดดำน้ำตื้น 3-12 เมตร ที่ใช้สน็อกเกิ้ลได้ มีปลากระเบนราหู และปลาคูปเปอร์ มาต้อนรับนักท่องเที่ยว
  • กงหินขาว (White Rock) เป็นจุดดำน้ำตื้น 6-22 เมตร และเป็นจุดดำน้ำชมปะการังที่อยู่ใกล้กับ “เกาะนางยวน” (Seagull Island) ไม่กี่ 100 เมตร
  • กงทรายแดง จุดดำน้ำที่เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบการดำน้ำทั้งแบบตื้น และดำน้ำลึก มีแนวปะการังสวยๆ กลุ่มฟองน้ำ และดงปะการัง Antipatharia กัลปังหาหลากสีสัน ด้วยแนวลาด 5-20 เมตร
  • หินใบ จุดดำน้ำในลักษณะภูเขาที่ลึก 9-30 เมตร พบกับแนวกำแพงหินที่ถูกปกคลุมไปด้วยแส้ทะเล และมีปลาคูปเปอร์มากมายซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางรอยแยก รอบๆ มีปะการังหลากหลายชนิด

าพสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล เกาะเต่า เย้ายวนน่าค้นหา

ปลาใต้ทะเล

สัตว์ทะเลหน้าดิน (Marine Benthos)

กัลปังหา

ปะการัง

เรียนดำน้ำเกาะเต่า

กิจกรรมหลักของการมาเที่ยวเกาะเต่า คือ ดำน้ำดูปะการัง มีโรงเรียนสอนดำน้ำหลายแห่งที่พาชมจุดดำน้ำสำคัญ และเกาะเต่าถือว่าเป็นจุดดำน้ำยอดฮิตแห่งหนึ่งในโลก โดยมีค่าเรียนเริ่มต้น 3,500 บาท จนถึงหลักหมื่นบาท

อีกเหตุผลหลักที่นักท่องเที่ยวคนไทย และต่างชาติ มาเรียนดำน้ำที่เกาะเต่า เพราะจะได้ใบรับรองที่สามารถใช้ดำน้ำได้ทุกที่ทั่วโลกตามระดับที่สอบได้ ซึ่งต้องเรียนกับสถาบันที่ได้รับการรับรองเท่านั้น


การเดินทางมาเกาะเต่า

แม้ว่าเกาะเต่าจะอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแนะนำให้นักท่องเที่ยวขึ้นเรือจากท่าเรือ “ท่ายาง” จังหวัดชุมพร เพราะอยู่ใกล้กับเกาะเต่ามากกว่าสมุย

  • ตำแหน่ง GPS เกาะเต่า : N10° 5.991’, E99° 50.386’
  • ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม : ททท. ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวสมุย โทร.0 7642 0504

และเนื่องจากสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ทางเกาะเต่าได้ขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางเข้าออกพื้นที่ ให้ลงทะเบียน ชื่อ นามสกุล และข้อมูลการเดินทาง เพื่อคัดกรองลงทะเบียนผู้เดินทางเข้าพื้นที่เกาะเต่า นักท่องเที่ยวที่มีแผนจะเดินทางในช่วงนี้ อย่าลืมศึกษาข้อมูลการเดินทางล่วงหน้า เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นและได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น

ที่มา : เว็บไซต์กองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ข่าว-ไทยรัฐ