UN ส่งจดหมาย ถาม “ไทยและกัมพูชา” ปมหายตัว “วันเฉลิม” กังวล ถูกลักพาตัว

94

UN ส่งจดหมาย ถาม “ไทยและกัมพูชา” ปมหายตัวไปของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักเคลื่อนไหวการเมือง กังวล ลักพาตัว-บังคับให้สูญหาย ด้าน ไทย ย้ำหลักนิติธรรม-สิทธิมนุษยชน 

วันที่ 14 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ UN Human Rights – Asia ส่งจดหมายถามรัฐบาลไทยและกัมพูชา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ถามถึงกรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวไทย อายุ 37 ปี ที่ปรากฏเป็นข่าวว่า หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 63 ซึ่งคณะผู้เชี่ยวชาญฯ แสดงความกังวลต่อการลักพาตัวและการบังคับให้สูญหาย โดยร้องขอข้อมูลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องจากทั้งรัฐบาลไทยและกัมพูชา

จดหมายจากคณะผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นฉบับนี้ เพิ่งเผยแพร่ต่อสาธารณะ หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยตอบกลับจดหมายเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลไทยตอบข้อเท็จจริงว่า นายวันเฉลิมเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2557 โดยสารเครื่องบินไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ผ่านทางสนามบินนานาชาติดอนเมือง และจากข้อมูลที่ได้รับจากรัฐบาลกัมพูชา ทราบว่า นายวันเฉลิมเข้าออกกัมพูชาหลายครั้งในช่วงปี 2557-2558 และครั้งล่าสุดคือวันที่ 19 ตุลาคม 2558

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยออกหมายจับกรณีที่นายวันเฉลิมไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. และจากการการทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อย่างไรก็ดี หลังจากที่นายวันเฉลิมหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา รัฐบาลไทยไม่เคยมีคำร้องขอให้รัฐบาลกัมพูชาส่งตัวผู้รายข้ามแดนแต่อย่างใด

จดหมายจากกระทรวงต่างประเทศของไทย ระบุ รายละเอียดเพิ่มเติมว่า หลังเกิดข่าวว่า เขาถูกจับตัวไปกลางกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2563 สถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ ก็เร่งขอความร่วมมือจากรัฐบาลกัมพูชา เพื่อชอให้ยืนยันข่าวและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวน

นอกจากนี้ หน่วยงานต่างๆ ของไทย กำลังประสานให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของกระทรวงยุติธรรม ที่พิจารณาให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี และอนุกรรมาธิการพิจารณากรณีการทรมานและการบังคับให้สูญหาย ก็กำลังประสานกับอินเตอร์โพลในการสืบคดี และมีการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากครอบครัวเพื่อเป็นประโยชน์ในการสืบสวน

จดหมายของรัฐบาลไทยที่ตอบยูเอ็น ยังย้ำถึงหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชน ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่รัฐจะธำรงไว้ซึ่งชีวิตและความเป็นอยู่ของพลเมืองไทยด้วย

ข่าว-ไทยรัฐ