เก๋งชนท้ายพ่วงจอดเสียที่บางบัวทอง กู้ภัยต้องงัดซากช่วยพา 3 ชีวิตส่ง รพ.

56

กู้ภัยนนทบุรีช่วย 3 ชีวิตเจ็บสาหัส ติดคาซากรถเก๋งหลังพุ่งอัดท้ายรถบรรทุกพ่วงจอดยางแตกอยู่เลนขวาสุด บนทางหลวงบางบัวทอง-บางปะอิน พื้นที่ อ.บางบัวทอง ตามหลังกระบะที่หลบไม่พ้นชนไปก่อนหน้ารถเก๋ง

เมื่อเวลา 23.15 น.วันที่ 15 ส.ค.63 ร.ต.อ.เอกโกวิทย์ ศรีนิลทา รอง สว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุ รถเก๋งชนท้ายรถ บรรทุกพ่วง 18 ล้อ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ติดอยู่ภายในรถเหตุเกิดหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ถนนทางหลวงหมายเลข 9 (บางบัวทอง-บางปะอิน) ขาออก ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงประสานอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปที่เกิดเหตุ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบ รถเก๋งยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีบรอนซ์-ทอง ทะเบียน ภล 3736 กทม. ขับพุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียนส่วนหัวลาก 88-8588 นครปฐม ส่วนทางพ่วง ทะเบียน 88-8589 นครปฐม ด้านหน้ารถเก๋งพังยับเยินมีผู้ติดอยู่ 3 คน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูเร่งใช้อุปกรณ์เครื่องตัด-ถ่าง พยายามช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นชาย เป็นคนขับขี่และผู้หญิงอีก 1 คนที่เป็นผู้โดยสารนั่งข้างทั้ง 2 คน อายุประมาณ 30-35 ปี บาดเจ็บสาหัสและเด็กชายวัย 8 ปีทั้งหมดรวม 3 คนที่ นำส่ง รพ.บางบัวทอง

นายมงคล หอยมณี อายุ 43 ปี ผู้ขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียนส่วนหัวลาก 87-8818 นครปฐม ส่วนท้ายพ่วงทะเบียน 87-8819 นครปฐม ซึ่งเป็นอีก 1 คันที่จอดอยู่ด้านหน้ากล่าวว่ารถของตนเองนั้นยางล้อหน้าด้านขวาแตกจึงได้จอดทำการเปลี่ยนยาง โดยมีรถบรรทุกพ่วงอีก 1 คันจอดปิดท้ายไว้ ต่อมามีรถกระบะแบบตู้ทึบยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว ทะเบียน บธ 5040 ปทุมธานี เสียหลักมาเฉี่ยวชนเข้าที่ท้ายรถบรรทุกที่จอดปิดท้าย หลังเกิดเหตุได้เพียงไม่ถึง 5 นาทีรถเก๋งที่มาด้วยความเร็วพุ่งเข้ามาชนที่ด้านท้ายรถพ่วงซ้ำอีกครั้งอย่างเต็มแรงจึงเป็นสาเหตุให้มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

ด้านนายบุญยืน สารวงษ์ อายุ 42 ปีคนขับรถกระบะ กล่าวว่า ในขณะที่ขับมาถึงจุดเกิดเหตุค่อนข้างมืดแต่ก็มองเห็นไฟท้ายของรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อคันดังกล่าวแต่เมื่อขับเข้ามาใกล้ๆ เริ่มเอะใจ ที่รถบรรทุกพ่วงนั้นไม่มีการเคลื่อนตัว แต่ก็เป็นระยะกระชั้นชิดแล้วจึงโยกพ่วงมาลัย พยายามหักหลบแต่ก็ไม่พ้น รถเกิดไปเฉี่ยวชนกับรถบรรทุกคันดังกล่าวทำให้รถตนเองได้รับความเสียหาย

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วงทั้ง 2 คัน รวมถึงคนขับรถกระบะไว้ โดยสันนิษฐานว่ารถเก๋งนั้นน่าจะไม่เห็น หรือไม่ได้ทันสังเกตรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อที่จอดอยู่เลนขวาสุด ประกอบกับจุดเกิดเหตุมีความมืดอีกทั้งไม่มีการทำ สัญลักษณ์เพื่อบ่งบอกว่ามีรถจอดเสียอยู่จึงเป็นสาเหตุให้รถเก๋งและรถกระบะนั้นเกิดพุ่งชนจนมีผู้บาดเจ็บดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม จะทำการสอบปากคำผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อพร้อมจะต้องแจ้งข้อหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ข่าว-ไทยรัฐ