แม่ร้องลูกสาว ป.5 ถูกครูหื่นปีนกำแพงห้องน้ำ บุกข่มขืนในโรงเรียน

195

ครูหื่นโผล่อีก แม่พาลูกสาว นร.ป.5 วัย 11 ปี ร้องเรียน พร้อมนำเข้าแจ้งความ หลังโดนครูประจำชั้นล่วงละเมิดทางเพศ ข่มขืน ระหว่างที่เรียนแล้วขออนุญาตเข้าห้องน้ำ แต่ครูเดินตามแล้วปีนกำแพงห้องน้ำเอามือปิดปากก่อนบังคับโดยใช้ทั้งมือ ปาก ลิ้น ทำร้ายเด็ก เมื่อเรื่องแดงเสนอให้เงิน 2 แสนเพื่อให้ยุติเรื่อง แต่ครอบครัวไม่ยินยอม ขณะที่ สพป.3 สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.63 ผู้ปกครองเด็กหญิงวัย 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ร้องเรียนว่าลูกสาวถูกครูประจำชั้นชายอายุ 57 ปี ล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำภายในโรงเรียน และยื่นข้อเสนอเป็นเงิน 200,000 บาท เพื่อให้จบเรื่อง แต่ทางผู้ปกครองไม่ยอมรับ และต้องการให้ดำเนินคดีทางวินัยและอาญาอย่างถึงที่สุด

โดยแม่ของเด็กหญิงวัย 11 ปี กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากลูกสาวเลิกเรียนกลับมาบ้านก็พบว่ามีอาการผิดปกติ จากนิสัยที่ร่าเริงยิ้มแย้มแจ่มใสและช่วยงานบ้าน แต่กลับซึมเศร้า และนอนห่มผ้าร้องไห้ ตนจึงแปลกใจและพยายามสอบถาม ลูกสาวจึงเล่าให้ฟังว่า ถูกครูประจำชั้นล่วงละเมิดทางเพศ โดยเมื่อช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ขณะกำลังนั่งเรียนหนังสือได้ขออนุญาตครูประจำชั้นไปเข้าห้องน้ำ อยู่ด้านหลังอาคารเรียน จากนั้นครูประจำชั้นคนดังกล่าวได้เดินตามมา แล้วปีนกำแพงห้องน้ำครูที่อยู่ติดกันเข้ามาบังคับใช้มือปิดปากไม่ให้ส่งเสียงร้อง และล่วงละเมิดทางเพศ โดยการใช้ปาก นิ้วมือล้วง และใช้ลิ้นไปที่จุดสำคัญ ก่อนที่จะดิ้นหลุดมือและวิ่งหนีออกมาได้ และครูก็เข้ามาสอนตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทั้งนี้หลังเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.คำม่วง และเจ้าหน้าที่ได้นำตัวลูกสาวไปตรวจร่างกาย ซึ่งพบว่าอวัยวะเพศฉีกขาด หลังจากนั้นได้เข้าไปที่โรงเรียน พร้อมกับผู้ใหญ่บ้าน เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้อำนวยการโรงเรียน และครูประจำชั้น ซึ่งในวันนั้นครูประจำชั้นเองก็ยอมรับว่าได้กระทำเด็กจริง และยื่นข้อเสนอว่าจะให้เงินจำนวน 2 แสนบาท เพื่อไม่ให้เอาเรื่อง ซึ่งตนและครอบครัวไม่ยินยอม เนื่องจากต้องการที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะเป็นพฤติกรรมที่ครูทำกับลูกศิษย์ได้ลงคอ ไม่มีคำขอโทษ และไม่อยากก่อเหตุกับใครอีก

แม่เด็กหญิงวัย 11 ปี กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุสงสารลูกสาวอย่างมาก เพราะยังคงมีอาการหวาดผวา ซึมเศร้า และร้องไห้ทุกวัน อีกทั้งไม่กล้าที่จะไปโรงเรียน ซึ่งขณะนี้มีเพียงเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ที่เข้ามาพูดคุยให้กำลังใจและสอบถาม แต่ยังไม่มีหน่วยอื่นที่เข้ามาดูแลช่วยเหลือ โดยเฉพาะด้านจิตใจของเด็ก แต่ครอบครัวก็ยืนยันที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

หลังเกิดเหตุ นายภัณฑ์รักษ์ พลตื้อ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงลงพื้นที่ พร้อมให้นักจิตวิทยาและเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้กำลังใจเยียวยาเด็กและผู้ปกครองเป็นการเบื้องต้นแล้ว พร้อมกับมีหนังสือคำสั่งย้ายครูประจำชั้นคนดังกล่าวมาราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดยไม่มีกำหนด และสั่งการให้คณะกรรมการเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบโดยเร็วที่สุด.

ข่าว-ไทยรัฐ