ดันทุรัง-อนุ กมธ.โหวต 5/4 ซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ-2 หมื่นล้าน

107

“วิษณุ” โต้รัฐบาลไม่ได้เบี้ยวแก้ รธน. ตีเนียน พรรคร่วมรัฐบาลแยกเสนอ ถือว่าทำแทนได้ “อนุทิน” แจงคุย “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ก่อนชงรื้อ รธน.เสร็จแล้วยุบสภา ยัน รธน.เป็นเรื่องของแต่ละพรรค ไม่ใช่เรื่องของพรรคร่วมฯ ปชป.เกาะกระแสให้ตั้ง ส.ส.ร.เปิดทางนิสิต นักศึกษาร่วมวง “เทพไท” กลัวตกขบวนจี้พรรคร่วมรัฐบาลชงร่างแก้ไข รธน.ประกบฝ่ายค้าน “ปิยบุตร” ย้ำรื้อ ม.267-272 โละทิ้ง 250 ส.ว. “สุวัจน์” ขอไทม์ไลน์ต้องชัด ลดความร้อนแรงในสังคม สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมฯออกโรงไล่ “ณัฏฐพล” ฉะยับไร้ผลงาน ไม่เหมาะสม ขาดความชอบธรรม ปลุกครูทั่วประเทศกดดันไขก๊อก “โจ้” จวกนายกฯเมินคนไทยอดอยาก ถือหาง ทร.ดื้อซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ กว่า 2 หมื่นล้าน โวยแพ้โหวตชั้นอนุ กมธ. สู้ต่อวาระ 2-3

ความเคลื่อนไหวในการเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 หลังจากพรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล ต่างเร่งเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ขณะที่รัฐบาลถูกมองว่าพยายามยื้อเวลา ไม่ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับผลพวงจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

“วิษณุ” โต้รัฐบาลไม่ได้เบี้ยวแก้ รธน.

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 21 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมให้เปลี่ยนแนวทางจากเดิมที่ยื่นเป็นฉบับรัฐบาล มาเป็นให้แต่ละพรรคการเมืองในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลยื่นเองได้ว่า ไม่ทราบ เข้าใจว่ายังไม่ไปถึงจุดนั้น ตอนนี้ให้แต่ละพรรคร่วมรัฐบาลต่างเตรียมของเขาไปก่อน

เมื่อถามว่าในเมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ถ้าไม่เสนอในนามรัฐบาลจะถือว่าขัดต่อสิ่งที่แถลงไว้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ไม่จำเป็น เพราะสุดท้ายถ้าพรรคร่วมรัฐบาลต่างคนต่างเสนอก็ถือว่าโอเค สามารถทำแทนรัฐบาลได้

“เสี่ยหนู” ชี้ยุบสภาหลังแก้ รธน.เรื่องปกติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของพรรคให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แก้ไขรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว พร้อมให้ยุบสภาฯว่า เป็นประเพณีปฏิบัติที่ดำเนินการมาตลอด ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จตามเจตนารมณ์ต้องประกาศใช้โดยเร็ว อยากให้ลองกลับไปดูในอดีตเมื่อแก้รัฐธรรมนูญจะมีการเลือกตั้งไม่นานหลังจากนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น พระประมุข ยืนยันว่าแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญของภูมิใจไทยไม่มีอะไรขัดแย้งกับพรรคพลังประชารัฐ ฟังดูทั้งวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านก็เห็นด้วยในแนวทางเดียวกัน เริ่มจากปรับปรุงรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มี ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งของประชาชน

คุย 2 ป.แล้วต่างคนต่างทำของพรรค

นายอนุทินกล่าวว่า ในส่วนของพรรคได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯแล้ว ต่างคนต่างร่างเพราะเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีแนวคิดและจุดยืน ไม่ใช่เรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล รัฐบาลจะมีร่างของรัฐบาลออกมาหรือไม่ยังไม่ได้พูดถึงตรงนั้น ตอนนี้ต่างคนต่างทำในส่วนของพรรคตัวเอง เมื่อจัดเตรียมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรียบร้อยเชื่อว่าจะมี ส.ส.จากพรรคอื่นมาร่วมลงชื่อเพื่อให้ครบ 100 เสียงเสนอญัตติได้ ยืนยันว่าท่าทีของพรรคที่ผ่านมาเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ก่อนเข้าร่วมรัฐบาล และอยู่ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว เมื่อถามว่า มีแนวทางเรื่อง ส.ว.อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่าไม่อยากพูดก่อนเดี๋ยวจะไปกดดัน หากมี ส.ส.ร.แล้วให้เป็นไปตามที่ ส.ส.ร.กำหนดเพราะได้รับเลือกตั้งมาจากประชาชนไม่ใช่แต่งตั้ง และทำให้รัฐธรรมนูญนี้เป็นของประชาชน อยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและยึดระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ทำให้ประเทศเกิดเสถียรภาพทุกมิติ ส่วนการตั้ง ส.ส.ร.มีกลไกมีกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ

ปชป.ย้ำตั้ง ส.ส.ร.เปิดทาง นศ.ร่วมด้วย

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ย้ำหลักการสำคัญมาตลอดต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะประกาศไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาตั้งแต่ครั้งทำประชามติ ยืนยันต้องแก้ไขมาตรา 256 เรื่องสัดส่วนสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ไขง่ายขึ้น เราชูเรื่องนี้มาตลอดเป็นพรรคแรก ได้จัดทำร่างฉบับแก้ไขสาระสำคัญแก้ไขมาตรา 256 และหมวดการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เสร็จแล้ว ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนและเปิดทางให้เยาวชน นิสิตนักศึกษาเป็น ส.ส.ร.ด้วย เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ไม่มีการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 สำคัญสุดคือทบทวนบทเฉพาะกาลทั้งหมด ส.ว.หลายคนเป็นคนดี แต่ต้องยอมรับว่าหากต้องพูดถึงโครงสร้างและกระบวนการเข้ามามีอำนาจ พรรคไม่เห็นด้วยแต่ต้น ไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ต้องหาวิธีการแก้ไขไปตามกระบวนการ เชื่อว่าการตั้ง ส.ส.ร.มีเยาวชนนิสิต นักศึกษาและทุกภาคส่วนร่วมอยู่ เป็นเรื่องดีจะได้สะท้อนมุมมองเรื่องสำคัญไปพูดคุยกันAds by optAd360

ชงรื้อ รธน.ในนามพรรคร่วมไม่แตะหมวด 1–2

ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ประชุมกันเมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ประชุมเห็นด้วยกับวิปรัฐบาล จะเสนอญัตติเป็นร่างเดียวกันในนามพรรคร่วมรัฐบาล มี ประเด็นหลักคือ แก้ไขมาตรา 256 ให้มีการจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และต้องไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ส่วนบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับที่มา ส.ว. ขณะนี้คณะทำงานของวิปรัฐบาลได้เตรียมในการที่จะเสนอร่างเพื่อเอาข้อเสนอของแต่ละพรรคมารวมกัน ให้การแก้ไขเป็นเอกภาพ ในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. จะประชุมวิปรัฐบาล เพื่อนำร่างแก้ไขของแต่ละพรรคมาหารือร่วมกันก่อนที่จะนำเข้าหารือในที่ประชุมของแต่ละพรรคในวันที่ 25 ส.ค. หากทุกพรรคเห็นชอบจะร่วมลงชื่อสนับสนุนญัตติดังกล่าว และเสนอต่อประธานสภาฯ คาดว่าจะเป็นวันที่ 26 ส.ค.

กลัวตกขบวนจี้ยกร่างประกบฝ่ายค้าน

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลมีมติสนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อรัฐบาลไม่มีความพร้อมและปฏิเสธการเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในนามคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็เป็นหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาลต้องเสนอญัตติ แต่การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียง 2 ประเด็น มาตรา 256 และตั้ง ส.ส.ร.ไม่ตอบโจทย์การชุมนุม บทเฉพาะกาล มาตรา 269-272 เกี่ยวกับ ส.ว.เป็นประเด็นชัดเจนที่สุดในการสืบทอดอำนาจอย่างแท้จริง นักศึกษาต่อต้าน เรื่องที่มา ส.ว.พรรคได้ให้ตัวแทนไปคุยในวิปรัฐบาลเพิ่มเติม พรรคจะแสดงจุดยืนเรื่องบทเฉพาะกาลใน 1-2 วันนี้เพื่อให้สมาชิกและผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ จะได้เข้าใจท่าทีของพรรค ตนพร้อมสนับสนุนเพราะขัดต่ออุดมการณ์ของพรรค จึงสมควรต้องแก้ไขบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญปี 60 ทั้งนี้ร่างของรัฐบาลต้องทำให้เสร็จโดยเร็วและต้องยื่นประกบญัตติของฝ่ายค้านให้ได้ มิเช่นนั้นจะเป็นการตกขบวนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้ จึงคิดว่าอย่างไรก็ต้องทัน และพิจารณาพร้อมกับญัตติของฝ่ายค้าน

“ปิยบุตร” ชี้เหตุไม่ควรปิดล็อกหมวด 1-2

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 สภาฯให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ชัดแล้วทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านเห็นตรงกันให้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดย ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เหลือแค่ถกเถียงรายละเอียดว่าจะมีเท่าไหร่ มีข้อสังเกตไม่จำเป็นต้องเขียนกันไว้ว่าห้ามแก้หมวด 1-2 เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีกรอบอยู่แล้วว่าการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ห้ามกระทบรูปของรัฐและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ใครที่กังวลใจว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนไม่ต้องกังวล รัฐธรรมนูญใหม่ที่จะร่างเกินเพดานเกินกรอบนี้ไม่ได้ ที่สำคัญที่ผ่านมามีการแก้ไขใน 2 หมวดนี้อยู่บ่อยครั้ง อย่างรัฐธรรมนูญ 2560 ก็แก้ไขทั้ง 2 หมวด

ต้องเผื่อทางออกไว้กรณีมีเหตุจำเป็น

นายปิยบุตรกล่าวว่า สังคมกำลังเข้าใจผิดว่าหากไม่เขียนล็อกไว้ในหมวด 1-2 จะเท่ากับการแก้ซึ่งไม่จริง การจะแก้อยู่ที่ ส.ส.ร. ถ้าไปล็อกไว้เกิดในอนาคตมีกรณีจำเป็นต้องแก้จริงๆแล้วแก้ไม่ได้จะเกิดวิกฤตการณ์ทางรัฐธรรมนูญขึ้น คงจำกันได้ว่ารัฐธรรมนูญ 60 หลังผ่านประชามติไปแล้ว นายกฯให้สัมภาษณ์ว่าภายหลังทูลเกล้าฯให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ปรากฏว่ามีพระราชกระแสรับสั่งลงมาว่าเห็นควรให้มีการแก้ไขหมวด 2 ท้ายที่สุด พล.อ.ประยุทธ์กับ สนช.ต้องมาหาทางออกร่วมกันเพื่อแก้ไขให้ได้ ไม่มีใครทราบว่าจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ การไปเขียนล็อกล่วงหน้าทำให้เป็นตายตัวเกินไป ฝ่ายที่คิดว่าเป็นเรื่องอ่อนไหวไม่ต้องกังวล การเขียนรัฐธรรมนูญโดย ส.ส.ร.เกินกรอบของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขไม่ได้อยู่แล้ว

บี้รื้อ ม. 267-272 ยกเลิก 250 ส.ว.ทันที

นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า อีกประเด็นสำคัญการทำให้มี ส.ส.ร.ยังไม่เพียงพอ เพราะเราไม่ทราบเวลาพิจารณาว่านานเท่าไหร่ และเมื่อผ่านวาระ 1 และ 2 ไปอาจไม่ผ่านวาระ 3 ก็ได้ หรือเมื่อผ่านวาระ 3 ไปแล้ว อาจไม่ผ่านประชามติก็ได้ กว่าจะมี ส.ส.ร. กว่าจะได้ร่างใหม่ต้องใช้เวลากี่ปี เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้คิดเรื่องการสืบทอดอำนาจแล้ว และเรากลับเข้าสู่ระบบปกติแล้ว จึงเสนอให้ยกเลิก ส.ว. 250 คน ตามบทเฉพาะกาลทันที ในมาตรา 269-272 เพราะเมื่อยกเลิกไปแล้ว เกิดวันหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ต้องการผ่าทางตันทางการเมืองโดยยุบสภาฯ และมีเลือกตั้งใหม่ จะเป็นการเลือกตั้งที่มีนัยสำคัญ เพราะไม่มี 250 ส.ว.มาร่วมเลือกนายกฯแล้ว เรื่องนี้ทำไปได้พร้อมกับการตั้ง ส.ส.ร. อยู่ที่จะทำหรือไม่ และยิ่งถ้าหาเจตจำนงร่วมกันได้ผ่าน 3 วาระได้เลย ไม่ต้องยื้อนาน เพราะตอนนี้สังคมกำลังจับตาดูว่ากระบวนการตั้ง ส.ส.ร.จะถูกยื้อไปนานแค่ไหน ไม่อยากให้ภาพออกมาว่าใช้เป็นข้ออ้าง ยื้อเวลาให้รัฐบาลอยู่ไปเรื่อยๆ เพราะเผลอๆ กว่าจะได้ ส.ส.ร. กว่าจะร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ ส.ว.อยู่ครบเทอมพอดี และบางทีเกิดมีการยุบสภาฯ จะสืบทอดอำนาจได้ต่ออีกเพราะยังมี ส.ว.ช่วย นี่เป็นจุดอ่อนที่ถูกโจมตีมาโดยตลอดอยากให้ปลดออก แล้วให้ ส.ว.มาจากช่องทางปกติ ตามมาตรา 107 จะสง่างามกว่า

“สุวัจน์” ชี้แก้ รธน.ไทม์ไลน์ต้องชัด

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้กระบวนการเริ่มขับเคลื่อนแล้ว ทั้งพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลเห็นตรงกันว่าสมควรแก้ไข สำหรับพรรคชาติพัฒนามีมติสนับสนุนการแก้ไขด้วยเหตุผลว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ได้ประกาศไว้ และสังคมยังให้ความสำคัญและกังวลใจหลายเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศ สิ่งที่เราต้องการนำเสนอ เพิ่มเติมคือไทม์ไลน์หรือกรอบระยะเวลาต้องชัดเจนทุกขั้นตอน ตั้งแต่การแก้ไขมาตรา 256 กำหนดให้มี ส.ส.ร. เมื่อเริ่มดำเนินการแล้วจะใช้เวลาเท่าใด จะช่วยลดความตึงเครียด คลายความกังวลให้สังคมได้ระดับหนึ่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำด้วยความรวดเร็วและแสดงออกถึงความตั้งใจ ความจริงใจของทุกภาคส่วน หากทุกฝ่ายเสียสละร่วมมือให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง จะฝ่าฟันวิกฤติต่างๆที่เกิดขึ้นได้

โฆษก รบ.เมิน ส.ส.บี้ “บิ๊กตู่” ลาออก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เรียกร้องให้นายกฯลาออกเพื่อยุติปัญหาการชุมนุมของกลุ่มต่างๆว่า ตอนนี้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีอยู่แล้ว คณะ กมธ.พิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ชุดนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธานกำลังจะเสนอต่อสภาฯ ทุกฝ่ายควรรอฟังก่อนว่าแนวโน้มจะเป็นแบบใด คงต้องทำความเข้าใจกัน เพราะ ส.ส.บางคนอาจไม่ได้ติดตามรายละเอียดว่าจะมีการแก้ไขอย่างไร ยืนยันว่านายกฯพยายามจะลดความขัดแย้งให้ได้มากที่สุด ถ้าสภาฯจะดำเนินการเช่นเดียวกับสิ่งที่นายกฯต้องการน่าจะเป็นผลดี เพราะทุกอย่างถือเป็นกลไกอยู่แล้ว

เสรีรวมไทยจี้ รบ.เลิกตีสองหน้า

น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงศาลให้ประกันตัว 9 แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก ว่า ยังสงสัยท่าทีรัฐบาลอนุญาตให้ชุมนุมได้ เเต่อย่าทำผิดกฎหมาย แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอกชุมนุมเรียกร้องในครรลองประชาธิปไตย เเต่ตำรวจกลับจับกุมหลายข้อหา เสมือนเล่นละครสองหน้า แล้วบ้านเมืองจะสมานฉันท์อย่างไร พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ระบุหากจะชุมนุมเเบบไม่ผิดกฎหมายให้ไปชุมนุมที่ทุ่งกุลาร้องไห้ พูดประชดไม่จริงใจ สมมตินักเรียนนักศึกษา ประชาชนในเขตทุ่งกุลาร้องไห้จัดชุมนุมจริง ตำรวจก็จับกุมผู้จัดชุมนุมอยู่ดี ผบ.ตร.บอกว่าหากไม่จับกุมตำรวจจะโดนข้อหามาตรา 157 บ่งชี้ว่าต้องจับกุมทุกครั้ง กังวลว่าบางฝ่ายอาจยั่วยุให้ ปะทะเเล้วฝ่ายความมั่นคงออกมาควบคุมสถานการณ์เเทนรัฐบาล เข้าเงื่อนไขบางฝ่ายได้ ขอให้ทุกฝ่ายใช้สติร่วมหาทางออก ควรใช้รัฐสภาเป็นเครื่องมือหลักเเก้กติกา เเต่เเกนนำรัฐบาลควรหยุดเล่นละครสองหน้าก่อน ถ้ารัฐบาลจริงใจควรรับฟังเเละยุติการดำเนินคดีเเกนนำชุมนุม ไม่อย่างนั้นประเทศจะเดินหน้าลำบาก

ส.บ.ม.ท.แถลงการณ์ฉะ “ณัฏฐพล”

วันเดียวกัน สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท) ออกแถลงการณ์ ลงนามโดยนายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายก ส.บ.ม.ท.ขอให้มีการปรับเปลี่ยน รมว.ศึกษาธิการ ระบุว่า ส.บ.ม.ท.ได้ติดตามการบริหาร ศธ.ของนายณัฏฐพลแล้ว เห็นว่าเป็นผู้ขาดความเหมาะสม ขาดความชอบธรรม และไม่มีความไว้วางใจที่จะให้บริหาร ศธ.ต่อไป ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ก.ค.62 คณะกรรมการบริหารสมาคมได้เข้าพบนายณัฏฐพล พร้อมข้อเสนอแนะที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาหลายประการ นายณัฏฐพลรับปากจะรีบดำเนินการพิจารณาตามที่เสนอแนะ แต่ล่วงเลยมามากกว่า 1 ปีมิได้ดำเนินการใดๆ มิได้ใส่ใจที่จะแก้ไขปัญหาที่สำคัญ ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนเป็นอย่างยิ่ง สมาคมเรียกร้องให้นายณัฏฐพลปฏิบัติตามมติของสภาการศึกษา ที่ให้เพิ่มเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้ครบทุกจังหวัด

ปลุกครูทั่วประเทศกดดันไขก๊อก

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า กรณีที่นายณัฏฐพลตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนว่าหากนักเรียนทำผิดกฎหมาย นายณัฏฐพลสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการกับนักเรียนนั้น สมาคมพิจารณาแล้วเห็นว่าการให้สัมภาษณ์เช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ที่ขาดจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูเป็นอย่างยิ่ง ที่สำคัญสมาคมได้ติดตามผลงานการบริหาร ศธ.ของนายณัฏฐพลมากกว่า 1 ปีมาแล้วไม่พบว่ามีผลงานใดๆ ที่เป็นการทำให้การศึกษาดีขึ้น ไม่พบว่ามีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใดๆในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ รมว.ศธ.อีกต่อไป จึงขอเรียกร้องให้นายณัฏฐพลลาออกจากตำแหน่ง ขอให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนให้บุคคลอื่นที่เหมาะสมและมีความรู้ความสามารถด้านการบริหารการศึกษามาปฏิบัติหน้าที่เป็น รมว.ศธ.ต่อไป หากไม่มีการดำเนินการตามข้อเสนอแนะ สมาคมจะร่วมมือกับองค์กรครูอื่นๆทุกองค์กร เชิญชวนครูทั้งประเทศ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในทุกช่องทาง เพื่อเรียกร้องให้นายณัฏฐพลพ้นจาก รมว.ศธ.ต่อไป

ร้อยเอ็ดทั้งตีทั้งหยิกเด็กผูกโบขาว

จากกรณีมีเพจเฟซบุ๊กสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “หยิกแขนเด็กจนช้ำเหตุเพียงเพราะผูกโบขาว” ขอประณามการกระทำของครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด เหตุเนื่องจากเด็กผูกโบขาว ติดโบขาว หยิกเด็ก ตีเด็กจนช้ำ จนเด็กร้องไห้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่โรงเรียนแห่งนี้ใน อ.เมืองร้อยเอ็ด นายสมพงษ์ ประภากรพิไล รอง ผอ.โรงเรียน เผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโรงเรียนทราบเรื่องแล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแสดงเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง เพียงแต่เป็นกฎระเบียบของโรงเรียนที่ต้องใช้โบผูกผมสีดำ ส่วนนักเรียนหญิงที่อ้างว่าถูกครูหยิกแขนและแก้ม ครูผู้ถูกกล่าวหายังให้การว่าไม่ได้ทำ

สุโขทัยไม่ทนอ่านกวีชู 3 นิ้ว

ช่วงเย็น ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ เชิงสะพานพระร่วง อ.เมืองสุโขทัย กลุ่มนักเรียนประมาณ 200 คน รวมตัวจัดกิจกรรมแสดงพลังชู 3 นิ้ว ผูกโบและชูป้ายแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง ก่อนอ่านบทกวีหมดจิต หมดใจ จะใฝ่ฝัน ของยังดี วจีจันทร์ กวีจิตอาสา หลังจากนั้นพร้อมใจกันร้องเพลงชาติ ทั้งนี้ ป้ายข้อความบางส่วนระบุ อาทิ เคารพหลักสิทธิมนุษยชนและไม่ควรมีใครหายไปเพราะพูดความจริง สุโขทัยจะไม่ทนเพราะเราไม่ใช่ขนมหวาน บอกว่าเด็กคืออนาคตของชาติ แต่พอเรียกร้องอนาคตที่ดีกลับบอกว่า ตั้งใจเรียนไปเถอะ โดยใช้เวลาจัดกิจกรรมแสดงออกสัญลักษณ์ทางการเมือง 30 นาที ไม่มีความวุ่นวาย

นร.-นศ.กระบี่ชูกระดาษขาว

ที่ จ.กระบี่ เมื่อเวลา 18.00 น. กลุ่มนักเรียน นักศึกษาจำนวนหนึ่งพร้อมใจกันผูกโบสีขาว รวมตัวกันที่ลานหน้าเวทีถนนคนเดิน เขตเทศบาลเมืองกระบี่ แสดงพลังคัดค้านการคุกคามนักเรียน นักศึกษา เนื่องจากก่อนหน้านี้มีนักเรียน นักศึกษาบางส่วนถูกครูอาจารย์ตามสถาบันการศึกษาไม่ให้แสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยกลุ่มนักเรียน นักศึกษาต่างยืนเคารพธงชาติพร้อมกับชู 3 นิ้ว เป็นสัญลักษณ์เรียกร้อง จากนั้นชูกระดาษขาวกันเต็มพื้นที่เพื่อแสดงพลังบริสุทธิ์ ไม่ยอมรับกับสิ่งที่เผด็จการทำเอาไว้ ก่อนสลายตัวไป

ชายชุดดำโผล่ป่วนเวทีปากน้ำ

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่หน้าสำนักงานสภาองค์กรลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ตลาดสดปู่เจ้า ถนนสุขุมวิท ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ กลุ่มสมัชชาแรงงานแห่งชาติ สนับสนุนคณะประชาชนปลดแอก จัดชุมนุมภายใต้ชื่อ “สองมือที่ทำงานหนักจะปักหลักต้านเผด็จการ” ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน และ 1 ความฝัน ของผู้ใช้แรงงาน คือ สร้างรัฐสวัสดิการที่แท้จริง มีแกนนำจากสมัชชาแรงงาน นักเรียน นักศึกษา ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัย โจมตีการบริหารด้านแรงงานของรัฐบาลที่ให้นายจ้างและนายทุนเข้ามากดขี่เอารัดเอาเปรียบแรงงาน ระหว่าง น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ยืนปราศรัยบนเวที ตั้งข้อสงสัยการใช้งบฯปี 63 พุ่งสูงผิดปกติ จู่ๆมีชายชุดดำ 2 คน พยายามขึ้นไปดึงตัว น.ส.จุฑาทิพย์ลงจากเวที ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะฮือเข้าไปผลักชายชุดดำทั้ง 2 คนออกและไล่ลงจากเวที พร้อมตะโกนขับไล่ให้ออกจากพื้นที่ชุมนุมจนเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวาย ก่อนที่ชายชุดดำทั้งหมดจะออกไปจากพื้นที่

นร.อยุธยารวมตัวเพื่อ ปชต.-แก้ รธน.

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว (ศาลากลางเก่า พระนครศรีอยุธยา) กลุ่มเยาวชน ประชาชนเพื่ออยุธยา เพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายทวีวงศ์ โตหวิวงศ์ ได้จัดกิจกรรมแสดงออกทางการเมือง เหล่านักเรียน นักศึกษา จ.พระนครศรีอยุธยาเข้าร่วมคึกคัก มีการแสดงดนตรีสะท้อนแนวคิดทางการเมือง การพัฒนาประเทศ และปราศรัยโดยแกนนำ อาทิ รุ้ง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นักศึกษาคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. แกนนำเยาวชนปลดแอก และสมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ประธานกลุ่มเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย และนายกฤษณะ ไกแก้ว พร้อมเชิญชวนทุกคนลงชื่อเสนอการร่างฉบับรัฐธรรมนูญใหม่ จัดทำโดยไอลอว์ ให้ครบ 50,000 รายชื่อเร็วที่สุด

เด็กกำแพงเพชรไม่เอาเผด็จการ

ช่วงพักเที่ยง ที่ จ.กำแพงเพชร มีนักเรียนมัธยมศึกษาโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม และโรงเรียนวัชรวิทยา อ.เมืองกำแพงเพชร ทำกิจกรรมชูกระดาษขาวต่อต้านเผด็จการและแสดงจุดยืน สนับสนุนข้อเรียกร้องของคณะประชาชนปลดแอก และข้อเรียกร้อง 10 ข้อของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม แกนนำได้กล่าวปราศรัยสั้นๆว่า รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชน หยุดคุกคามคนเห็นต่าง หยุดจับกุมผู้ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่มี ใครสมควรตายหรือถูกบังคับให้สูญหายหรือถูกจับกุมเพียงเพราะพูดความจริง รัฐบาลชุดนี้ต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่และยุบสภา…เราเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพที่พึงมีตั้งแต่แรก

โผทหารไม่พลิก “บิ๊กบี้” ขึ้น ผบ.ทบ.

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เรียกประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2563 ประกอบด้วย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ พิจารณาจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2563 ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ให้ความเห็นชอบตามที่ ผบ.เหล่าทัพเสนอไม่มีการปรับเปลี่ยน ตำแหน่งที่น่าสนใจไปตามคาดหมาย พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ขยับขึ้นเป็น ผบ.ทบ. พล.อ. ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก เป็นรอง ผบ.ทบ. พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ท.วรเกียรติ รัตนานนท์ รองเสนาธิการทหารบก เป็นเสนาธิการทหารบก

โยก “บิ๊กเล็ก” เปิดทางนั่งเลขา สมช.

ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. โยกไปเป็นเลขาธิการ สมช. ด้าน พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพน้อยที่ 1 ขยับเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ในส่วนกองทัพไทย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร ขึ้นเป็น ผบ.ทหารสูงสุด กองทัพเรือ พล.ร.อ.ช่อฉัตร กระเทศ รอง ผบ.ทร. ขึ้นเป็น ผบ.ทร. กองทัพอากาศ พล.อ.อ.ธรินทร์ ปุณศรี ผู้ช่วย ผบ.ทอ. ขึ้นเป็น ผบ.ทอ. กรมเสมียนตราจะตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งกลับไปให้นายกฯนำขึ้นทูลเกล้าฯภายในสัปดาห์หน้า

โฆษก กห.ยันรัฐประหารข่าวเท็จ

วันเดียวกัน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีมีข่าวลือรัฐประหารว่า “เป็นข่าวเท็จ” โดยเฉพาะสถานการณ์ของประเทศปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน มีความพยายามสร้างข่าวเท็จ ปลุกให้เกิดความหวาดระแวงกันในสังคมมากขึ้น จึงจำเป็นที่ประชาชนทุกคน ทุกฝ่าย ควรใช้ดุลพินิจรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่างรอบด้าน ขอให้หนักแน่นเชื่อมั่นกันและกัน พร้อมรวมใจไทยสร้างชาติ แก้ปัญหาดังกล่าวไปด้วยกัน

ทบ.สยบกระแสเสี้ยม รบ.-กองทัพ

มีรายงานข่าวจากกองทัพบกระบุถึงกระแสข่าวว่าจะมีการทำรัฐประหารเกิดขึ้นว่า เรื่องนี้เป็นเพียงกระแสข่าว ยืนยันว่ากองทัพไม่ได้เตรียมความพร้อมอะไรใดๆทั้งสิ้น สถานการณ์บ้านเมืองถือว่ายังคงปกติ รัฐบาลยังบริหารราชการแผ่นดินได้ตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ ทุกอย่างยังปกติ ในแวดวงทหารไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เชื่อว่าเป็นการโพสต์ปลุกกระแสมวลชนในโซเชียลปล่อยข่าวของฝ่ายตรงข้าม เพื่อปลุกกระแสโซเชียลให้เกิดความเคลื่อนไหว หรือหวังเช็กกระแสอะไรหรือไม่ และต้องการให้เกิดความหวาดระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ยืนยันตอนนี้กองทัพยังถือเป็นกลไกหนึ่งในการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯทำหน้าที่เป็น รมว.กลาโหม ดูแลกองทัพให้เป็นเอกภาพได้เป็นอย่างดี

ปั่นกระแสใกล้ครบรอบ 19 ก.ย.49

“มองว่าเป็นการสร้างกระแสให้สอดรับกับ 2 จุดยืนของคณะประชาชนปลดแอก ที่ห้ามทำรัฐประหารและห้ามตั้งรัฐบาลแห่งชาติ สอดรับกับการขึ้นปราศรัยของแกนนำคณะประชาชนปลดแอกที่พูดถึงประวัติศาสตร์การทำรัฐประหาร และใกล้ถึงวันครบรอบเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ฝ่ายความมั่นคงต้องประเมินสถานการณ์และจับตาต่อไป”

“โจ้” โวย ทร.ดื้อซื้อเรือดำน้ำ 2 หมื่นล้าน

เมื่อเวลา 14.50 น. ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน ในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะอนุ กมธ.ว่า ได้พิจารณางบฯจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีนของกองทัพเรือ (ทร.) 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท ครั้งก่อนคณะอนุ กมธ.แขวนเรื่องไว้ ทร.ให้เหตุผลว่าที่ต้องซื้อเรือดำน้ำเพราะไทยได้ลงนามเอ็มโอยูกับจีนไว้แล้วว่าต้องซื้อ 3 ลำ ลำแรกจัดซื้อไปแล้วด้วยงบฯปี 60 จะได้รับเรือปี 2567 ส่วนอีก 2 ลำ จะใช้งบฯปี 64 ทร.นำเอ็มโอยูซื้อเรือดำน้ำลำแรกมาให้ดู ไม่ได้เขียนว่าไทยต้องซื้อลำที่ 2 และ 3 ไม่ได้ผูกพันไว้ ถ้าเกิดปัญหาข้อตกลงให้เจรจาอย่างฉันท์มิตร ไม่มีการขึ้นศาลหรือคดีต่อกัน นี่คือเอ็มโอยูที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เซ็นไว้กับ รมว.กลาโหมของประเทศจีน

สู้ต่อวาระ 2–3 ซัด “ตู่” ไม่สน ปชช.อดอยาก

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ที่ประชุมตกลงกันไม่ได้ นายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะอนุ กมธ.จึงสั่งพักการประชุม เริ่มอีกครั้ง 14.15 น. พร้อมสั่งให้ลงมติว่าจะให้จัดซื้อเรือดำน้ำหรือไม่ ปรากฏว่าฝั่งที่ลงมติไม่ให้จัดซื้อเรือดำน้ำ ประกอบด้วยตน นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล ส่วนผู้ที่โหวตให้ผ่าน ได้แก่ นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งสองฝ่ายมีเสียงเท่ากัน แต่สุดท้ายประธานออกเสียงอีก 1 เสียงเห็นชอบให้ซื้อเรือดำน้ำ เป็นอันว่าประเทศไทยซื้อเรือดำน้ำจีนอีก 2 ลำในภาวะที่คนไทยกำลังอดอยาก ตนและนายครูมานิตย์จะขอคัดค้านเพื่อรักษาผลประโยชน์ประชาชน ในที่ประชุมใหญ่วาระ 2-3 เรื่องนี้นายกฯต้องเลือกระหว่างซื้อเรือดำน้ำกับความอดอยากของประชาชน พอชาวบ้านบอกให้ช่วยเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด รัฐบาลบอกไม่มีเงิน เห็นเรือดำน้ำสำคัญกว่าชีวิตประชาชนได้อย่างไร

“สิระ” แจ้งจับ “มงคลกิตติ์” ข่มขู่

ส่วนข้อพิพาท 2 ส.ส. ท้าชกกันในรัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ เข้าแจ้งความดำเนินคดีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ หลังนายมงคลกิตติ์โพสต์เฟซบุ๊กท้าต่อยและข่มขู่ทำร้าย โดยนายสิระกล่าวว่า เป็นผู้เสียหายถูกนายมงคลกิตต์ข่มขู่คุกคาม เดินหาตนทั่วอาคารรัฐสภา การเป็น ส.ส.มีเรื่องของจริยธรรมที่ต้องปฏิบัติตาม แต่กลับเกิดพฤติกรรมเยี่ยงนักเลง ข้อความที่ตนแถลงข่าวถึงนายมงคลกิตติ์ก่อนหน้านี้เป็นความห่วงใย เมื่อนายมงคลกิตติ์บริจาคเงินเดือนของตนเองเพื่อนำไปช่วยโควิดจนหมด อาจไม่มีเงินใช้จึงเสนอให้มาเอาที่ตนได้ ส่วนที่นายมงคลกิตติ์ออกมาชี้แจงว่าทำไปเพราะบันดาลโทสะ แต่ส่วนตัวไม่เชื่อน่าจะเป็นสันดานมากกว่า วันนี้จะสั่งสอน ส.ส.อันธพาล และฝากถามไปถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ว่าจะดำเนินการกับนายมงคลกิตติ์ที่ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างไร

“เต้” ฉุนปรี่เข้าหาคู่กรณีถอยฉาก

ต่อมาที่รัฐสภา เวลาประมาณ 12.00 น. ขณะที่นายมงคลกิตติ์กำลังให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุความไม่พอใจนายสิระบริเวณทางขึ้นลิฟต์อาคารสุริยันอยู่ เป็นจังหวะเดียวกับที่นายสิระเดินทางเข้ามาหลังจากไปแจ้งความ จึงเกิดการประจันหน้าปะทะคารมกันอยู่หลายนาที นายมงคลกิตติ์พยายามเดินปรี่เข้าหาด้วยสีหน้าถมึงทึง ขณะที่นายสิระเดินหนี พร้อมเรียกตำรวจสภาให้มาจับตัวนายมงคลกิตติ์ แต่นายมงคลกิตติ์ไม่สน ท้าให้มาจับ นายสิระจึงบอกให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพฟ้องประชาชนว่า ส.ส.ทำผิด และให้ประธานสภาฯพิจารณารับผิดชอบด้วย

“ชวน” หย่าศึกห้ามใช้ความรุนแรง

จากนั้นเวลา 12.10 น. ที่บริเวณห้องทำงานของประธานสภาผู้แทนราษฎร นายสิระได้เข้าพบนายชวนเพื่อขอให้สอบจริยธรรมนายมงคลกิตติ์ ใช้เวลาพูดคุยประมาณ 15 นาที ก่อนออกจากห้องทำงานของนายชวน ปรากฏว่านายมงคลกิตติ์ยืนรอต่อคิวเข้าพบนายชวนเช่นกัน ทั้งคู่ได้มองหน้ากันอย่างขุ่นเคือง ไม่ได้ทักทายกัน ขณะที่นายชวนให้สัมภาษณ์ว่า ภาพลักษณ์สมาชิกสภาฯต้องแยกระหว่างคนหมู่ใหญ่กับคน 2 คนออกจากกัน อย่าเหมาว่าทุกคนในสภาฯจะมีสภาพแบบนี้ ตั้งใจว่าจะให้ทั้ง 2 คนได้พบพูดคุยกัน ถ้าไม่คุยกันจะยิ่งขัดแย้ง แต่ทั้งคู่ก็ไม่ยอม นายสิระยืนยันว่าจะนำเรื่องส่งคณะกรรมการจริยธรรมของสภา ส่วนความรุนแรงขอร้องว่าอย่าให้เกิดขึ้น เมื่อถามว่า หากมีการต่อยตีกันในสภาฯจะมีบทลงโทษอย่างไร นายชวนกล่าวว่า อย่างไรก็อย่าให้เกิดขึ้นดีที่สุดคือเอาคำพูดแต่ละฝ่ายมารวบรวมเรียบเรียงว่าเริ่มต้นอย่างไร ใครก่อเรื่องขึ้นมาก่อน เรื่องตามมาอย่างไรที่บอกว่าจะเอาให้ฟันร่วงหมดเลย เขายืนยันว่าจะไม่ทำ

“เต้” ยกเคสภูเก็ตถามใครถ่อยกว่ากัน

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายมงคลกิตติ์ให้สัมภาษณ์ว่า ที่โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวไม่ได้มุ่งหวังจะเอาชีวิต นายสิระไปแจ้งความตน 2 ข้อหาเข้าใจดีว่าความผิดมากน้อยแค่ไหน เพราะศึกษากฎหมายมาและเคยโดนดำเนินคดีมาเยอะ ที่โพสต์ไปแค่บันดาลโทสะโทษลดลง 2 ใน 3 อยู่แล้วยอมรับว่าโกรธมากที่นายสิระแถลงข่าวใช้ถ้อยคำดูถูก ประโยคที่โกรธเลือดขึ้นหน้าคือ “ตักน้ำใส่กะโหลก-บริจาคเงินจนหมดให้มาขอนายสิระได้-กล้วยหมด” ตนเป็นหัวหน้ากลุ่มพรรคเล็ก ทำแบบนี้เหมือนหยามศักดิ์ศรี ดูถูกทุกคนในพรรคเล็กไปด้วย ที่กล่าวหาว่าเป็น ส.ส.พฤติกรรมถ่อย ให้ย้อนดูว่าระหว่างเหตุการณ์ที่ภูเก็ตกับตนใครถ่อยกว่ากัน ที่ทำไปไม่ใช่อารมณ์ ส.ส. แต่เป็นอารมณ์เด็กช่าง ขอฝากไปถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่าให้คุมลูกพรรคหน่อย อย่าให้ไปเที่ยวไล่กัดชาวบ้านแบบนี้ ขอย้ำว่าไม่เคลียร์ ถ้าจะเคลียร์ต้องมาขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชน แล้วต้องไปถามแฟนคลับตนก่อนด้วย ยืนยันว่ารอยร้าวนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคร่วมฯ แยกออกระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวเมื่อเวลา 15.30 น. นายสิระให้สัมภาษณ์ย้ำว่า ขอยืนยันจะไม่ถอนเเจ้งความ การเข้าพบนายชวนไม่ใช่เพื่อเคลียร์ ไม่เกี่ยวกัน ยืนยันดำเนินการตามกฎหมาย และยึดระเบียบข้อบังคับสภาฯ

“ปารีณา” ร้อง ปธ.ลงดาบ “เต้” พ้น ส.ส.

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ แถลงว่าจะยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ให้ตรวจสอบจริยธรรมนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กรณีโพสต์เฟซบุ๊กว่าจะต่อยนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ให้ฟันร่วงหมดปาก เป็นพฤติกรรมข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย ขาดวุฒิภาวะ ผิดกฎหมายยอมรับไม่ได้ ไม่ควรมาเป็น ส.ส. นายมงคลกิตติ์เคยมีพฤติกรรมหลายอย่างไม่เหมาะสม เช่น นำสารตั้งต้นผลิตวัตถุระเบิดเข้ามาในสภาฯ ตำรวจได้ดำเนินคดีแล้ว และยังอยากเปิดบ่อนถูกกฎหมาย ตนต่อต้านมาตลอด ขอให้ประธานสภาฯ ตั้งกรรมการสอบและพิจารณาลงโทษ ไม่ว่าจะทางวินัยหรือให้ออกจากตำแหน่ง ส.ส. จะกระทบต่อพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ยังตอบไม่ได้

เล็งกล่อมจีนเวที “แม่โขง-ล้านช้าง”

เมื่อเวลา 08.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า วันที่ 24 ส.ค. เวลา 08.30-10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม จะประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC) ครั้งที่ 3 ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ มีผู้นำ 6 ประเทศ คือ จีน เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมา และไทย ร่วมหารือกรอบความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง ต่อยอดการประชุมอาเซียนต่างๆที่เรามีอยู่แล้ว จะเพิ่มประเทศจีนเข้ามา การประชุมจะเน้นความร่วมมือหลายเรื่อง และเพิ่มเส้นทางเศรษฐกิจของจีนที่ทำอยู่ ส่วนใหญ่ไม่ลงมาทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ครั้งนี้จะเพิ่มความสำคัญพูดคุย จะเพิ่มทางบกและทางทะเลพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค และจะพูดคุยถึงความร่วมมือด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะวัคซีนที่จีนและไทยจะร่วมกันพัฒนาในอนาคต ไม่ใช่เฉพาะโควิด แต่พูดถึงวัคซีนทั่วไปด้วย วัคซีนป้องกันโควิด-19 จะพยายามผลักดันให้เป็นสาธารณประโยชน์ ไม่ใช่สินค้าทำกำไร หลังประชุมเสร็จประมาณ 12.00 น. นายกฯจะเดินทางไปตรวจราชการที่ จ.ระยอง และจันทบุรี และประชุม ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 24-25 ส.ค.

ทวงรัฐบาลเบิกเงินประกันสังคม

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล “กลุ่มขอคืนไม่ขอทาน” นำโดยนายบูรณ์ อารยพล แกนนำกลุ่มทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์โดยนั่งสมาธิบนสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อเรียกร้องสิทธิให้ประชาชนและผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมกว่า 16 ล้านคน ได้รับรู้และให้ความสำคัญและช่วยกันเรียกร้องสิทธิ ขอเบิกเงินออมของผู้ประกันตนที่สะสมไว้กับสำนักงานประกันสังคมนำออกมาใช้ได้ก่อนบรรเทาความเดือดร้อนช่วงวิกฤติโควิด-19 นายบูรณ์ระบุว่ามาติดตามเรื่องที่เคยยื่นไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข มีเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาลและตำรวจ สน.ดุสิต เข้ามาพูดคุยรับฟังปัญหาและประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องต่อไป

ข่าว-ไทยรัฐ